กลับสู่หน้าแรกฟิสิกส์ราชมงคล

 

 

OLED

จอภาพนาโน (Nanodisplay)

         ความเป็นมาของเทคโนโลยีจอแสดงผล (Display Technology) นั้นสามารถย้อนกลับไปในอดีตได้จนถึง พ..2440 ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ชาวเยอรมัน Karl Ferdinand Braun เป็นผู้ประดิษฐ์หลอดรังสีแคโทด หรือ CRT (Cathode Ray Tubes) ต่อมาใน พ..2451 Campbell Swinton ได้เสนอให้มีการใช้หลอด CRT สำหรับการแสดงผลภาพ จนกระทั่งเมื่อ พ..2479 จึงเริ่มมีการนำ CRT มาทำจอภาพโทรทัศน์เป็นครั้งแรก โดยการใช้แสกนแนวนอน 343 เส้น และสามารถผลิตภาพได้ 30 ภาพต่อวินาที เพียงพอในการหลอกสายตามนุษย์ให้เห็นภาพต่อเนื่องโดยไม่กระตุก  คลิกอ่านต่อครับ

                จอแสดงผลเป็นส่วนประกอบหลักสำหรับชองเล่นอิเล็กทรอนิกส์ยุคใหม่ที่ขาดไม่ได้ การทำจอแสดงผลอาจทำได้จากหลายวิธีการด้วยวัสดุหลากชนิด แต่ในที่นี้ของกล่าวถึงเฉพาะจอประเภทไดโอดเปล่งแสงดที่ทำจากวัสดุที่มีการเรืองแสงเมื่อได้รับพลังงานไฟฟ้า (electroluminescence)  ไม่ว่าจะเป็นจอสำหรับเกมส์กดยุคโบราณที่ใช้หลอดไดโอดเปล่งแสง (Lignt Emitteing Diode, LED)  หรือจอแสงดผลแบบฟลูออเรสเซนต์ในสุญญากาศ (Vacuum Fluorescent Display, VFD) จนถึงจอแสดงผลที่ทำจากไดโอดเปล่งแสงจากสารอินทรีย์ (OLED) สำหรับเครื่องเล่น MP3 ที่นิยมในหมู่วัยรุ่น  ไม่ว่าจะเป็นรุ่นแรกหรือแรกรุ่นก็ตาม ไดโอดเปล่งแสงไม่ว่าจะทำจากสารอินทรีย์หรืออนินทรีย์ล้วนมีหลักการเบื้องต้นคล้ายคลึงกัน กล่าวคือด้วยโครงสร้างของมันจะทำให้กระแสไฟฟ้าเคลื่อนที่ไปได้ในทิศทางเดียว นั่นคือที่มาของคำว่าไดโอด (diode) และเมื่อมีการให้แรงดันไฟฟ้ากับไดโอดเหล่านี้ อิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่จากขั้วไฟฟ้าลบเข้าไปยังวัสดุที่มีสมบัติในการเปล่งแสงได้ และโฮลจะเคลื่อนตัวจากขั้วไฟฟ้าบวกไปยังวัสดุเล่งแสงเช่นกัน เมื่ออิเล็กตรอนและโฮลเข้ามารวมตัวกันอย่างหลวม ๆ เป็นสิ่งที่เรียกว่า เอกไซตอน (exciton) ในชั้นวัสดุเปล่งแสง ซึ่งมีความไม่คงตัวสูงและจะเกิดสลายตัวให้เป็นพลังงานแสงเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามอาจเกิดการสลายตัวแบบไม่มีการเปล่งแสงเกิดขึ้นได้ ถ้าเอกไซตอนที่เกิดเป็นแบบทริปเล็ต โดยเฉพาะในกรณีสารอนินทรีย์ จอแสงดผลแบบ VFD  มีหลักการทั่วไปไม่ต่างกับไดโอดเปล่งแสง แต่โครงสร้างของอุปกรณ์จะต่างไป โดยมีขั้วไฟฟ้าสามขั้วคือ ขั้วลบ ขั้วบวก และตาข่าย ทั้งหมดถูกบรรจุในภาชนะสุญญากาศ  การทำงานเริ่มจากเมื่อให้แรงดันไฟฟ้าอิเล็กตรอนจะเคลื่อนที่ออกจากขั้วไฟฟ้าลบ โดยมีตาข่ายซึ่งมีศักย์ไฟฟ้าเป็นบวกจะตัวเร่งให้อิเล็กตรอนเคลื่อนที่เร็วขึ้นจนไปชนกับขั้วบวกที่เคลือบด้วยสารฟอสเฟอร์ ทำให้เกิดการเปล่งแสงออกมาได้

 

 

ดูหน้าที่แล้ว <              >ดูหน้าถัดไป

ดร. สมบุญ  สหสิทธิวัฒน์  สถาบันวิจัยและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยมหิดล

 

หน้าที่

  1. ของเล่นเรืองแสง

  2. ลูมิเนสเซนต์

  3. แท่งเรืองแสง

  4. เรืองแสงในความมืด

  5. ฟลูออเรสเซนซ์

  6. จอทีวี

  7. OLED

  8. ทับทิม

 

 

 

 

 

บทความเพิ่มเติม

 

แท่งแสงทำงานได้อย่างไร

             แท่งแสง(light  sticks)  ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาเมื่อประมาณ  25  ปีก่อน  มันเป็นแท่งที่เปล่งแสงได้   เมื่อก่อนนำไปใช้ในงานฮาโลวีน เพราะแสงที่เปล่งออกมาดูน่ากลัว ลึกลับ  และไม่มีความร้อนด้วย   มันเปล่งแสงได้อย่างไร  แสงของมันเหมือนกับแสงของหลอดไฟหรือหลอดนีออนหรือไม่   ถ้าไม่เหมือนมันแตกต่างกันอย่างไร   นักฟิสิกส์ไขปริศนาให้กับคุณ  

คลิกอ่านต่อครับ

 

ฟลูออเรสเซนซ์

         หลอดทดลองดังรูป  บรรจุสารละลายโซเดียมฟลูออเรสซีนไว้ในแสงปกติ  สารละลายมีสีแดงเรื่อ  แต่เมื่อฉายไฟซึ่งสว่างจ้าไปที่สารละลายในระยะประชิด  ฟลูออเรสซีนในสารละลายจะเรืองแสงเป็นสีเขียว

คลิกอ่านต่อครับ

 

 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฟิสิกส์ 1 หนังสือฟิสิกส์ 1 ภาคกลศาสตร์ หนังสือฟิสิกส์ 1  ภาค ของไหล ความร้อนและคลื่น

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรกบทความพิเศษ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ