กลับสู่หน้าแรกฟิสิกส์ราชมงคล

 
   
 

 

 
 
   
 

>> สสารต้องมีมวล และต้องการที่อยู่ (ที่อยู่ของสสารทั้งหมด คือ อยู่ในจักรวาล) มีพลังงานจำนวนมากที่เราคิดว่าไม่มีมวล แต่มันกลับมีมวล พลังงานั้นเลยกำลังจะถูกจัดเป็นสสาร เช่น แรงทั้ง 4 ที่มีอนุภาคนำพาแรง ซึ่งอนุภาคมีมวล แรงทั้ง 4 เลยต้องกลายเป็นสสาร ทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงความเข้าใจในด้านฟิสิกส์กันใหม่ แต่ในปัจจุบันมี สสารที่ถูกจัดไว้แล้วดังนี้

 

 


   
 

 

มี 5 สถานะใน Thermodynamics

1. subcool liquid,compressed liquid
2. saturated liquid
3. mixture
4. saturated vapor
5. superheat

 

มี 19 สถานะแยกย่อยในสภาวะสมดุล
1. ของแข็ง
2. ของเหลว
3. ก๊าซ
4. พลาสมา ก็าซ
5. ซุปเปอร์อะตอม
6. ผลิกเหลว
7. โบสไอนสไตน์ คอนเดนเซต(Bose-Einstein condensate)
8. เฟอร์มิออนิกส์ คอนเดนเซต(Fermionic condensate)
9. BEC Bose-Einstein Condensation
10. เจล
11. ของไหลยิ่งยวด(Superfluid)
12. ของแข็งยิ่งยวด(Supersolid)
13. สสารเสื่อม(Degenerate matter)
14. นิวโตรเนียม(Neutronium)
15. สสารสมมาตรเข้ม(Strongly symmetric matter)
16. สสารสมมาตรอ่อน(Weakly symmetric matter)
17. ควาร์ก-กลูออน พลาสม่า(Quark-gluon plasma)
18. สสารประหลาด(Strange matter): (aka Quark matter)
19. พลาสมา อิเล็กตรอน

 


   
 

 

สถานะของสสาร ( phases of matter) มีความแตกต่างกันมากมาย โดยทั่วไปสถานะของสสารจะสังเกตุความแตกต่างกันที่ ความดัน และ อุณหภูมิ การปรับเปลี่ยนไปอยู่ในสถานะอื่นตามสภาวะที่เหมาะสมตัวอย่างเช่น การหลอมเหลว และ การเยือกแข็ง (freezing)
* ของแข็ง(Solid): สามารถคงรูปร่างของตัวเองได้โดยไม่ต้องมีภาชนะ
อสัณฐานของแข็ง(Amorphous solid): เป็นของแข็งที่ไม่มีการจัดระเบียบความยาวช่วง (long-range order) ตำแหน่งของอะตอม แบ่งเป็น 2 ชนิดคือ
อสัณฐานแก้วแข็ง (Amorphous glassy solid)
อสัณฐานยางแข็ง (Amorphous rubbery solid)
ผลึก(Crystaline solid): เป็นของแข็งที่ส่วนประกอบอะตอม โมเลกุล หรือไอออนถูกบรรจุและอัดตัวกันอย่างมีระเบียบและแบบแผนที่ซ้ำๆ กัน
* ของเหลว(Liquid): เป็น ของไหล ที่ไม่มีการอัดตัวกัน สามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างไปตามภาชนะได้ แต่ยังคงรักษาปริมาตรให้คงที่อยู่ไดโดยความดันต้องเป็นอิสระ
* ก๊าซ(Gas): เป็นของไหลที่สามารถบีบอัดได้ (compressible fluid) มันไม่เพียงแต่เปลี่ยนแปลงรูปร่างไปตามภาชนะได้เท่านั้น แต่ยังสามารถเพิ่มปริมาณการบรรจุเข้าไปในภาชนะได้อีก
* เจล(Gel): เป็นของแข็งเมื่อสังเกตุด้วยสายตา แต่เมื่อสัมผัสจะรู้สึกว่าเป็นวัสดุคล้ายวุ้นเกิดจากสารละลายคอลลอยด์ (colloidal solution) โดยน้ำหนักแล้วเจลเกือบเป็นของเหลว แต่พฤติกรรมเหมือนของแข็ง(โดยไม่สามารถแยกสถานะอย่างเด็ดขาดได้)
* พลาสมา อิเล็กตรอน(Plasma): เป็น อิเล็กตรอน สามารถแยกตัวเป็นอิสระจากอะตอมของมันได้และแพร่กระจายประจุไฟฟ้าเกิดเป็นกระแสไฟฟ้าได้ เช่น tesla coil หรือการ spark ก็ไฟฟ้า
* ของไหลยิ่งยวด(Superfluid): เป็นสถานะที่เมื่อของเหลวอยู่ใน ภาวะเย็นยวดยิ่ง อุณหภูมิยิ่งยวดแล้วยังสามารถไหลได้โดยไม่มี แรงเสียดทาน ของไหลยิ่งยวดสามารถไหลออกจากภาชนะที่เปิดฝาและไหลลงพื้นข้างล่างได้
* ของแข็งยิ่งยวด(Supersolid): คล้ายกับของไหลยิ่งยวด ของแข็งยิ่งยวดสามารถเคลื่อนที่ได้โดยไมมีแรงเสียดทานแต่ยังคงรักษารูปทรงเดิมของมันได้อยู่
* สสารเสื่อม(Degenerate matter): พบในเปลือกของดาว แคะขาว ซึ่งอิเล็กตรอนยังคงเกาะอยู่กับอะตอมแต่สามารถเคลื่อนย้ายไปยังอะตอมใกล้เคียงได้
* นิวโตรเนียม(Neutronium): พบใน ดาวนิวตรอน (neutron stars) ที่ซึ่งมีแรงโน้มถ่วงและแรงกดดันจำนวนมหาศาลบีบอัดอะตอมให้แข็งจนอิเล็กตรอน ถูกอัดเป็นนิวเคลียส เป็นผลให้เกิดการรวมกลุ่มด้วยความหนาแน่นยิ่งยวดกลายเป็นนิวตรอน
* สสารสมมาตรเข้ม(Strongly symmetric matter): ประมาณว่า 10-36 วินาที หลังจากปรากฏการณ์ บิกแบง พลังงานหนาแน่นสูงของจักรวาลซึ่งสูงจนกระทั่งว่า แรงธรรมชาติ 4 ชนิดคือ เข้ม, อ่อน, แรงแม่เหล็กไฟฟ้า, และ แรงโน้มถ่วง, ถูกรวมกันเป็นแรงเดียวแล้วจักรวาลก็ขยายออก อุณหภูมิและความหนาแน่นลดต่ำลงและแรงอย่างแก่แยกสะลายออกซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่า การแตกสมมาตร(symmetry breaking)
* สสารสมมาตรอ่อน(Weakly symmetric matter): ประมาณว่า 10-12 วินาที หลังจากปรากฏการณ์ บิกแบง แรงแก่ อ่อน และแรงแม่เหล็กไฟฟ้ารวมตัวกัน
* โบส-ไอน์สไตน์ คอนเดนเซต(Bose-Einstein condensate): เป็นสถานะที่ซึ่งจำนวนมหาศาลของ โบสัน(boson) ทั้งหมดอยู่ใน สถานะควอนตัม (quantum state) เดียวกันเป็นผลให้กลายเป็น คลื่นเดี่ยว/อนุภาค
* เฟอร์มิโอนิค คอนเดนเซต(Fermionic condensate): คล้ายกับ โบส-ไอน์สไตน์ คอนเดนเซต แต่ประกอบด้วย เฟอร์มิออน (fermion) กฏกันออกไปของพอลิ (Pauli exclusion principle) ป้องกันเฟอร์มิออน จากการเข้าไปในสถานะควอนตัมเดียวกัน แต่คู่ของ 2 เฟอร์มิออน สามารถแสดงพฤติกรรมเป็น โบสัน และคู่มันสามารถเข้าไปในสถานะควอนตัมเดียวกันโดยไม่มีข้อจำกัด
* ควาร์ก-กลูออน พลาสม่า(Quark-gluon plasma): สถานะที่ ควาร์ก (quarks) เป็นอิสระและสามารถเคลื่อนที่อย่างไร้ขีดจำกัด (มากกว่าที่จะเกาะกับอนุภาค) ในทะเลของ กลูออน (gluons) ( อนุภาคย่อยของอะตอมที่เคลื่อนย้าย แรงเข้ม ที่ติดด้วยกันกับควาร์ก) อาจเป็นข้อสรุปได้ใน ตัวเร่งอนุภาค
* สสารประหลาด(Strange matter): (aka Quark matter) อาจมีในดาวนิวตรอน ขนาดใหญ่โดยเฉพาะ
* พลาสม่า Gas ที่โปรตอนแตกตัวออกมา นำไฟฟ้าได้ อยากเห็นไปดูที่ อพวช ที่เป็นลูกแก้วแล้วเอามันไปจับ นั่นอะแหละ ข้างในเป็น Gas ที่อยู่ในสถานะพลาสมา มันจะนำไฟฟ้าถึงมือเราได้ รายละเอียดมีกันอยุแล้วอะมั้ง
* BEC Bose-Einstein Condensation ของเหลวกึ่ง Gas มั้ง ต้นคิดคือ Bose แล้วกลัวคนไม่เชื่อตีพิมพ์ลงนิตยสารฟิสิกส์ส่งข้อมูลไปให้ไอสไตน์ ไอสไตน์ชอบ และทดลอง เป็นสถานะที่อุณหภูมิ absolute zero (0 K ,- 273 C) ซึ่งยังทำกันไม่ได้น่ะแหละ เขาบอกว่าในธรรมชาติมีถึง 3 K ที่ outer space ขอบอวกาศโน่น ดังนั้นไอ่สถานะนี้ไม่มีอยู่ในตัวคนนะคับพี่ เหอๆๆ แต่มีพวกบ้าๆหลายๆตัว ส่วนมากจะเป็นกลุ่ม 2 คน จำชื่อมันไม่ได้แระ ทำอุณหภูมิได้ ต่ำกว่า 3 K แต่ก็สูงกว่า 0K อยู่ดี ประมาณ 0.0000000001 K ศูนย์กี่ตัวจำไม่ได้เหมือนกัน ประมาณว่า นาโนเคลวิล 1x10 -9 ใช่ปะ อือวิธีการที่ทำก็มีหลายอย่าง อ่าเช่นใช้ laser trap คือยิงเลเซอร์มาทั้ง 4 ด้านอะนะแล้วปล่อยให้ อะตอมวิ่งผ่านเลเซอร์ อะ มันก็จะถูกกักอยู่ตรงกลางใช่ม้า สงสัยล่ะสิว่าจะยิงเลเซอร์ทำไม คือมันตามทฤษฏีจลน์อะนะ แบบว่าอุณหภูมิสูง พลังงานมาก อะตอมจะเคลื่อนที่เร็ว แระก็เมื่ออุณหภูมิอยู่ที่ absolute zero มันจะไม่เคลื่อนไหว อะนะ แทนที่จะพยายาม เพิ่มความดันลดอุณหภูมิ แบบที่คิดกันง่ายๆอะนะ เค้าก็ใช้วิธีหยุดอะตอมแทน ซึ่งตอนนี้วิธีที่เวิร์กที่สุดก็ magnetic traping ได้อุณหภูมิ
BEC เป็นผลงานรางวัลโนเบลปี 1997 ซูเปอร์อะตอม รางวัลโนเบล สาขาฟิสิกส์ประจำปี 2544

 

 
     
 
Copyright ? 2001-2006 สงวนลิขสิทธิ์ tontechline.com All rights Reserved.
 
     

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน

A  B  D  F  G  H  I  J  K  L  M  N 

O  Q  R  S  T  U  V  W  X  Y 

                        ถ            

                          อ   

นักวิทยาศาสตร    หน่วย      ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M   จาก N-Z

 

 A B C D E F G H I J K L M N O P Q R S T U V W X Y Z

คำศัพท์คณิตศาสตร์ที่น่าสนใจ

หมวด : | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | | |

    ศัพท์เคมี    ศัพท์คณิตศาสตร์   ศัพท์ฟิสิกส์   

  บทความวิทยาศาสตร์      ศัพท์ชีววิทยา      สื่อการสอนฟิสิกส์      ศัพท์วิทยาศาสตร์

พจนานุกรมเสียง 1   แมว    วัว 1    วัว 2    วัว 3    เหมียว   แกะ     พจนานุกรมภาพการ์ตูน

พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว   ดนตรี  Bullets แบบ JEWEL  พจนานุกรมภาพต่างๆ 

ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ  โลกและอวกาศ

อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฟิสิกส์ 1 หนังสือฟิสิกส์ 1 ภาคกลศาสตร์ หนังสือฟิสิกส์ 1  ภาค ของไหล ความร้อนและคลื่น

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรกบทความพิเศษ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ