กลับสู่หน้าแรกฟิสิกส์ราชมงคล

ต้นกำเนิดระเบิดพลีชีพ

            สงครามครูเสดเป็นสงครามบ้าคลั่งศาสนา  ผู้นับถือศาสนาคริสต์เป็นเหยื่อผู้นำศาสนาคริสต์ในกรุงโรมที่คอยปลุกระดมตลอดเวลาว่าเราต้องรบเพื่อพระเจ้าคนก็เลยทำตามคนบ้านั้นทำอะไรก็ได้ทั้งสิ้น

            หลวงพ่อบอกเสมอว่า  ถ้าทำตามแล้วจะได้ขึ้นสวรรค์  ได้ล้างบาป  และได้อะไรอีกมากมาย

            เชื่อไหมสงครามครูเสดนี่แหละเป็นต้นกำเนิดของการใช้ระเบิดพลีชีพแนวทางฆ่าตัวตายโดยผูกระเบิดไว้กับตัวเอง  และระเบิดตัวตาย  ซึ่งทำให้หลาย ๆ คน ตายตามด้วย

            บรรดาหัวรุนแรงจะกล้าทำเช่นนี้  และต้นกำเนิดระเบิดพลีชีพ คนหัวรุนแรงอย่างแรงจึงกล้าทำ

            คนที่คิดระบบการตายทำนองนี้  คิดมาจากสงครามครูเสดนี่แหละ  โดยจับหลักว่าคนถ้าบ้าคลั่งศาสนาแล้วมักจะทำอะไรก็ได้แม้กระทั่งไปตาย

            คิดดูก็แล้วกัน  ขนาดเล็ก  สตรี  โสเภณี  ยังสมัครเป็นทหารครูเสด  เดินทางไปรบที่กรุงเยรูซาเลม

            ครูเสดเดินทางมาถึงครั้งที่ 6  แล้วครับ  ครูเสดครั้งนี้  โคตรบ้าจริง ๆ  มีการปลุกระดมให้สตรี  เด็ก  สมัครเป็นทหารไปรบกับชาวมุสลิมที่กรุงเยรูซาเลมเป็นเรือนหมื่นเรือนแสนคน

            หลวงพ่อในศาสนาคริสต์เป็นหัวรุ่นแรงใหญ่อีกตามเคย  เพราะถือว่าเป็นงานสำคัญในการส่งคนไปชิงกรุงเยรูซาเลม  เพื่อชิงเมืองนี้คืนมาให้จงได้

            หลวงพี่หลวงพ่อจึงปลุกระดมกันอุตลุดคนบ้าตามเป็นจำนวนมาก  ขนาดเล็ก  อายุ  12  ขวบยังบ้าเลย

            

  กลับหน้าแรก   

หน้าที่ี
  1. ต้นกำเนิดระเบิดพลีชีพ
  2. ปัญญากับความโง่

 

เรียบเรียงโดย  ณรงค์ โตเขียว  

 

บทความเิพิ่มเติม

ระเบิดซีโฟร์ทำงานอย่างไร

      บทนำ

     20  ปี ก่อน   ยังไม่มีใครรู้จักระเบิดซีโฟร์ (c-4)   แต่ตอนนี้ได้ยินจนสยองหู  ไม่ว่าจะเป็นเสียงระเบิดตูมตามจากจอโทรทัศน์  วิทยุ และ  หนังสือพิมพ์  ที่สื่อใช้ปากกาละเลงกันจนเลือดแดงเถือก

     เดือน ตุลาคม ปี 2000  ผู้ก่อการร้ายใช้ระเบิดซีโฟร์  ถล่มเรือรบของอเมริกาทำให้ลูกเรือเสียชีวิตไป  17  คน  ย้อนหลังไปปี  1996   ผู้ก่อการร้ายบึมผลประโยชน์ของสหรัฐในประเทศซาอุดิอารเบีย  เดือนธันวาคม  2001   ชายคนหนึ่งซุกระเบิดซีโฟร์เข้าไปในรองเท้าเดินขึ้นไปบนเครื่องบิน  โชคดีที่จับได้ก่อนจึงไม่มีเหตุร้ายเกิดขึ้น  ส่วนในตะวันออกกลางพวกปาเลสไตน์ชอบใช้ระเบิดซีโฟร์ผูกติดกับตัวเอง และวิ่งเข้าไปในกลุ่มชนระเบิดแบบพลีชีพต่อต้านกับฝ่ายอิสราเอล

     ฟิสิกส์ราชมงคลไม่ได้สนับการก่อการร้าย  แต่จะเปิดเผยความลับของระเบิดชนิดนี้  พร้อมกับอำนาจการทำลายล้างของมัน    ในหน้าถัดไป

ทหารอเมริกากำลังวางระเบิดซีโฟร์ขนาด  กิโลกรัมตามแนวหลุมบังเกอร์ในประเทศบอสเนียร์

กดที่รูปภาพหรือที่นี่เพื่ออ่านต่อครับ

         ลูกระเบิดเป็นอาวุธชนิดหนึ่งที่ทหารชอบใช้ในสงครามมาเป็นเวลานานหลายร้อยปีมาแล้ว  เชื่อกันว่าต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน  เพราะเป็นประเทศแรกที่รู้จักใช้ดินปืนซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญยิ่งของลูกระเบิด   ภายหลัง ประมาณคริสตวรรษที่  15  และ  16  คนยุโรปจึงได้นำมาดัดแปลงเป็นลูกระเบิดมีทั้งลูกระเบิดมือ  และลูกระเบิดที่ยิงด้วยปืน      เราจะนำคุณเข้าไปดูภายในของลูกระเบิดกันว่า  มีกลไกพิเศษพิศดารอย่างไร  ก่อนที่ลูกระเบิดมันจะระเบิดออกมา    มีต่อ 

วิธีทำระเบิดนิวเคลียร์

            คุณคงเคยได้ยินระเบิดอะตอม  ที่ชื่อว่า เจ้าหมูอ้วน  (FAT  MAN)  กับเจ้าหนูน้อย  (Little BOY)  ที่อเมริกาไปหย่อนลงที่เมืองฮิโรชิมา กับนางาซากิ ในประเทศญี่ปุ่น  มาบ้างแล้ว  แรงระเบิด และอำนาจการทำลายมากมายแค่ไหนนั้น  เราจะอธิบายกันในภายหลัง  ตอนนี้เราจะเรียนรู้การทำงานของระเบิดนิวเคลียร์ก่อน  ดูว่ากลไกพื้นฐานเป็นอย่างไร

ฟิสิกส์ของนิวเคลียร์

        แรงนิวเคลียร์เป็นแรงพื้นฐานชนิดหนึ่งของธรรมชาติ  และมีขนาดมากมายมหาศาล  เพราะแรงนี้ดึงดูดโปรตอน  และนิวตรอน  ให้อยู่ในนิวเคลียสของอะตอมได้    เราสามารถนำพลังงานนี้ออกมาได้  โดยใช้วิธี 2 วิธีดังนี้

กดวิธีทำระเบิดนิวเคลียร์

 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฟิสิกส์ 1 หนังสือฟิสิกส์ 1 ภาคกลศาสตร์ หนังสือฟิสิกส์ 1  ภาค ของไหล ความร้อนและคลื่น

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรกบทความพิเศษ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ