กลับสู่หน้าแรกฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งแรก! นักวิทย์ขยับใกล้ “สสารมืด”

วัดอุณหภูมิได้ 10,000 องศา

      ในจักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาล “สสารมืด” คือความลึกลับดำมืดที่ครอบงำจักรวาลส่วนใหญ่ไว้และไม่สามารถตรวจจับได้ด้วยกล้องโทรทัศน์สุดทันสมัยในปัจจุบัน เหล่านักดาราศาสตร์ต่างก็พยายามค้นหาคำตอบว่าเจ้าสิ่งนี้คืออะไร และล่าสุดนักวิจัยแห่งเกาะอังกฤษได้ขยับเข้าไปล่วงรู้ว่าสสารลึกลับมีอุณหภูมิไม่สูงนัก และจะนำไปสู่ความเข้าใจใหม่เกี่ยวกับวิวัฒนาการของจักรวาล

      ศ.เจอร์รี กิลมอร์ (Prof.Gerry Gilmore) หนึ่งในทีมนักวิจัยสถาบันดาราศาสตร์ (Institute of Astronomy) แห่งเมืองเคมบริดจ์ สหราชอาณาจักรเปิดเผยการค้นพบอันน่าอัศจรรย์ว่า ทีมของเขาได้พบร่องรอยแรกของสสารมืด (Dark Matter) โดยพวกเขาได้พยายามค้นหาลักษณะทางกายภาพเพื่อค้นหาลักษณะเฉพาะทางของสสารที่ไม่มีผู้ใดเคยพบเห็น แต่เชื่อว่ามีอยู่มากในอวกาศ

     ทั้งนี้ พวกเขาได้คำนวณค่าทางฟิสิกส์ของสสารมืดและได้จำนวนจริงออกมา พวกเขาสามารถวัดอุณหภูมิของสสารเป็นเท่าไหร่และกำหนดเงื่อนไขว่าสิ่งนี้อยู่ในอวกาศได้อย่างไร โดยสสารมืดมีอุณหภูมิประมาณ 10,000 องศาเซลเซียส ซึ่งนับว่าค่อนข้างอุ่นเมื่อเทียบกับห้วงจักรวาล

     “สสารมืด” เป็นสิ่งลึกลับในห้วงอวกาศที่ไม่สามารถตรวจจับได้เพราะไม่มีการปลดปล่อยแสงหรือรังสีอื่นใดออกมา ความรู้วิทยาศาสตร์เท่าที่มีเข้าใจแค่เพียงสสารทั่วไปที่เป็นองค์ประกอบของดวงดาว โลก สิ่งมีชีวิตทั่วไป รวมทั้งคนเราด้วย แต่ยังไม่เข้าใจในเรื่องสสารมืด ส่วนสสารมืดนั้นนักวิทยาศาสตร์อาศัยการสังเกตจากการหมุนของกาแลกซี ซึ่งหากไม่มีแรงโน้มถ่วงจากสสารลึกลับเข้ามาเกี่ยวพันแล้ว เหล่าดวงดาวในกาแลกซีก็จะเคลื่อนที่ได้เร็วกว่านี้

       มีการประมาณกันว่าสสารมืดเป็นองค์ประกอบกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ของมวลทั้งหมดในจักรวาล ทีมนักวิจัยจากเคมบริดจ์ได้ให้ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับรายละเอียดของกาแลกซีแคระ 12 แห่ง (Dwarf Galaxies) ซึ่งอยู่ตามขอบของทางช้างเผือก ด้วยการใช้กล้องโทรทรรศน์ซึ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่ตั้งอยู่ในประเทศชิลี

        พวกเขาได้ทำแผนที่ 3 มิติของกาแลกซี โดยอาศัยการเคลื่อนที่ของดวงดาวเพื่อแกะรอยสสารมืดและประมาณน้ำหนักที่แท้จริง ด้วยเครื่องมือวัดกว่า 70,000 ชิ้น นักวิจัยประมาณการว่ากาแลกซีทั้งหลายนั้นประกอบด้วยสสารมืดมากกว่าสสารที่เรารู้จักถึง 400 เท่า

ภาพถ่ายจากอวกาศนำมาย้อมสีภายหลัง ซึ่งบริเวณสีม่วงนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเป็นบริเวณที่เต็มไปด้วยสสารมืด

        “การกระจัดกระจายของสสารในอวกาศไม่สัมพันธ์กับสิ่งใดที่เราจะหาอ่านได้จากบันทึกทั้งในอดีตถึงปัจจุบัน มันอยู่ในรูป “ปริมาตรอาถรรพ์” ซึ่งมีปริมาณมากกว่ามวลของดวงอาทิตย์ถึง 30 ล้านเท่า คุณไม่สามารถที่จะอัดขนาดสสารมืดให้เล็กกว่าระยะทาง 1,000 ปีแสงได้ เจ้าสิ่งนี้ไม่ยอมให้เราทำอย่างนั้นได้ เนื่องจากความเร็วประมาณ 9 กิโลเมตรต่อวินาทีของอนุภาคในสสารมืด ซึ่งเร็วกว่าที่เราจะอัดให้อยู่ในสเกลเล็กๆ ได้ นี่คือคุณสมบัติแรกๆ ที่เราสามารถประมาณได้” ศ.กิลมอร์อธิบาย

      ความเร็วระดับนี้ของสสารมืดก็เป็นอีกความน่าแปลกใจ ทฤษฎีที่มีอยู่ในปัจจุบันทำนายไว้ว่าสสารมืดจะมีความเย็นยิ่งยวด และเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 2-3 มิลลิเมตรต่อวินาที ซึ่งสิ่งที่สำรวจกันก็พิสูจน์ให้เห็นว่าสสารมืดมีอุณหภูมิที่ค่อนข้างอุ่น และน่าจะเรียกได้ว่าสสารมืดเป็นอนุภาคที่มีมวลมากมายแต่มีอันตรกิริยาที่อ่อนมากๆ ต่อสิ่งรอบข้าง อีกทั้งการศึกษากาแลกซีแคระดังกล่าวช่วยให้นักวิทยาศาสตร์ประมาณค่าน้ำหนักกาแลกซีของเราได้แม่นยำขึ้น

      ศ.กิลมอร์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่าการค้นพบครั้งนี้เป็นข้อมูลสนับสนุนว่าทางช้างเผือกมีมวลมากกว่าที่เราคิดไว้เยอะ และดูเหมือนกาแลกซีที่เราอยู่นี้จะใหญ่โตยิ่งกว่ากาแลกซีแอนโดรมีดา โดยทีมวิจัยหวังว่าการทดลองด้วยเครื่องเร่งอนุภาคในอนาคตจะทำให้พวกเขาเข้าใจฟิสิกส์ของสสารมืดมากขึ้น ทั้งนี้พวกเขาจะได้เสนอผลงานลงวารสารชั้นนำทางด้านดาราศาสตร์ต่อไปในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

       นักวิทยาศาสตร์ยังเชื่ออีกว่าสสารมืดเป็นเศษซากที่เหลือจาก “บิ๊กแบง” การระเบิดครั้งใหญ่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของจักรวาล พวกเขาทำนายว่าทฤษฎีที่มีอยู่คือ “แบบจำลองพื้นฐาน” (Standard Model) เกี่ยวกับอนุภาคมูลฐานและแรงอันตรกิริยานั้น ยอมรับความคำอธิบายเรื่องสสารและแรง แต่ทฤษฎีในปัจจุบันที่มีอยู่นั้นยังไกลเกินกว่าที่จะอธิบายโครงสร้างและรูปทรงเรขาคณิตของจักรวาลได้

      อย่างไรก็ดี ศ.บ็อบ นิชอล (Prof.Bob Nichol) จากสถาบันจักรวาลวิทยาและความโน้มถ่วง (Institute of Cosmology and Gravitation) แห่งมหาวิทยาลัยพอรต์สมัธ (University of Portsmouth) ให้ความเห็นว่างานวิจัยของทีมจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เป็นเรื่อง “น่าหวาดเสียว” เขากล่าวว่าหากอุณหภูมิที่คำนวณได้นั้นถูกต้อง ก็แสดงว่ากฎทางวิทยาศาสตร์คงใช้ไม่ได้กับสสารลึกลับนี้ อีกทั้งยังมีผลกระทบต่อความคิดเรื่องวิวัฒนาการและกาแลกซีในจักรวาล

   กลับหน้าแรก   

หน้าที่ 
  1. ความลี้ลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
  2. การค้นพบของ อาร์โน เพนเซียส์และโรเบิร์ต วิลสัน
  3. เอกภพมีมิติมากมายอย่างไร
  4. เอกภพเริ่มต้นอย่างไร
  5. ทำไมมวลเต็มเอกภพ
  6. ดาราจักรเกิดได้อย่างไร
  7. มวลมืดเย็นคืออะไร
  8. มีบาริออนทั้งหมดในดาราจักรไหม
  9. พลังงานมืดคืออะไร?
  10. ชตากรรมของเอกภพคืออะไร
  11. ครั้งแรก! นักวิทย์ขยับใกล้ “สสารมืด”
  12. นักดาราศาสตร์พบ Dark Galaxy
  13. กาแล็กซี่ลึกลับ !?
  14. ซุปเปอร์โนวา
  15. กาแล็กซี่ VIRGOHI21
  เรียบเรียงจาก Mark Sincell ,M.(2001),The 8 Greatest mysteries of cosmology . Astronomy, 29(6)
46-52     ร.ศ. ยุพา วานิชชัย

 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฟิสิกส์ 1 หนังสือฟิสิกส์ 1 ภาคกลศาสตร์ หนังสือฟิสิกส์ 1  ภาค ของไหล ความร้อนและคลื่น

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรกบทความพิเศษ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ