กลับสู่หน้าแรกฟิสิกส์ราชมงคล

นักดาราศาสตร์พบ Dark Galaxy

ภาพในวงรีแสดงบริเวณที่มีการค้นพบกาแล็กซีมืด

      กลุ่มนักดาราศาสตร์ใน สหราชอาณาจักร ค้นพบกาแล็กซีลึกลับซึ่งไม่ได้ประกอบด้วยดาวฤกษ์ แม้แต่ดวงเดียว และไม่มีแสงสว่างในตัวเอง โดยคาดว่า “กาแล็กซีมืด” นี้อาจจะประกอบมาจาก “สสารมืด” หรือ “Dark Matter” ซึ่งเป็นสสารลึกลับที่เป็นองค์ประกอบส่วนใหญ่ของเอกภพ

      ทฤษฎีสสารมืดตั้งขึ้นมาเพื่อที่จะอธิบายปรากฏการณ์ที่กาแล็กซีต่างๆมีมวลสารอยู่น้อยกว่าที่ควรจะเป็นมาก นักดาราศาสตร์มีวิธีที่จะวัดมวลของกาแล็กซี่ต่างๆได้ 2 วิธี คือ หนึ่งสังเกตการณ์เคลื่อนที่ของวัตถุนั้นแล้วคำนวณหามวลสารโดยอาศัยกฎแรงโน้มถ่วงของนิวตัน และ สองโดยการนับจำนวนดาวฤกษ์ที่มีอยู่ในกาแล็กซีและสังเกตความสว่างของดาวแต่ละดวง แล้วคำนวณหามวลสารโดยใช้ทฤษฎีการวิวัฒนาการของดวงดาว

      ปัญหามีอยู่ว่ามวลสารที่วัดได้โดยวิธีที่สองมีค่า ”น้อยกว่า” มวลสารที่วัดได้ด้วยวิธีแรกมากมาย นักดาราศาสตร์จึงตั้งสมมุติฐานว่าน่าจะมีมวลสารลึกลับซ่อนอยู่อีกเป็นจำนวนมหาศาลซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้จากกล้องโทรทัศน์ สสารดังกล่าวสามารถที่จะมีแรงดึงดูดระหว่างมวลกับอนุภาคอื่นได้ แต่ไม่สามารถที่จะดูดกลืนหรือปล่อยปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ ทำอันตรกริยากับอนุภาคอื่นได้ จึงเป็นที่มาของทฤษฎีสสารมืด หรือ Dark matter

      นักฟิสิกส์เชื่อว่าสสารมืดเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของเอกภพ และมีส่วนอย่างอย่างมากในการทำให้เกิดกาแล็กซี่ต่างๆเกิดขึ้น ในทางทฤษฎีเชื่อว่าในขณะที่เอกภพยังมีอายุไม่มากนัก สสารมืดจะช่วยดึงดูดให้กลุ่มก๊าซต่างๆมารวมตัวกันและวิวัฒนาการเป็นกลุ่มกาแล็กซีต่างๆอย่างเช่นที่เห็นกันในปัจจุบันนี้

     จากการศึกษาของนักฟิสิกส์และนักดาราศาสตร์พบว่า 25% ของมวลสารทั้งหมดของเอกภพอยู่ในรูปของสารมืด มีเพียง 5% เท่านั้นที่ประกอบด้วยสสารทั่วไปที่เรารู้จัก (สำหรับองค์ประกอบส่วนใหญ่อีก 70%ของเอกภพอยู่ในรูปของพลังงานที่เรียกว่า Dark Energy หรือ พลังงานมืด ซึ่งทำให้เอกภพขยายตัวออกด้วยความเร่ง)

     ความก้าวหน้าทางด้านดาราศาสตร์วิทยุหรือ(Radio Astronomy) นำมาใช้ศึกษาปริมาณและสัดส่วนของก๊าซไฮโดรเจนในบริเวณต่างๆของจักรวาล ช่วยทำให้นักดาราศาสตร์สามารถศึกษาเทหวัตถุที่ไม่มีแสงสว่างในตัวเองได้อีกด้วย เช่น กลุ่มเมฆหมอกก๊าซในอวกาศที่ไม่ได้มีดาวฤกษ์เป็นองค์ประกอบ

     เมื่อปีที่แล้วทีมนักดาราศาสตร์จากมหาวิทยาลัยคาดิฟในสหราชอณาจักร ได้ทำการสำรวจกลุ่มกาแล็กซี Virgo โดยอาศัยกล้องโทรทัศน์วิทยุ Lovel telescope ที่ศูนย์สังเกตการณ์ดาราศาสตร์ Jodrell Bank Observatory นักดาราศาสตร์กลุ่มนี้ตรวจพบกาแลกซี่ใหม่ที่ชื่อว่า VIRGOHI21 ซึ่งประกอบด้วยเมฆหมอกของก๊าซไฮโดรเจนที่มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ถึง 100 ล้านเท่า ซึ่งในขณะนี้ ดร.โรเบิรต์ มินชิน (Dr. Robert Minchin) หัวหน้าทีมวิจัยกำลังศึกษากาแล็กซีดังกล่าวอย่างละเอียด

     แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีตรวจพบกลุ่มก๊าซมืดลักษณะเช่นนี้มาก่อน แต่จากการศึกษาอย่างละเอียดก็จะพบว่ากลุ่มก๊าซเหล่านั้นมักจะมีดาวฤกษ์อยู่ด้วยเสมอ หรืออาจจะอยู่ใกล้กาแล็กซีอื่นๆที่สามารถจะมองเห็นได้ แต่กรณีของ VIRGOHI21 นั้นเป็นกาแล็กซีที่ตรวจพบว่าไม่ได้ประกอบด้วยดาวฤกษ์แม้แต่ดวงเดียว จึงทำให้เชื่อว่ากาแล็กซี่นี้น่าจะประกอบด้วยสสารมืด

     ทีมนักดาราศาสตร์ได้คำนวณความเร็วการหมุนรอบตัวของกลุ่มก๊าซไฮโดรเจนใน VIRGOHI21 แล้วพบว่ามันเคลื่อนที่เร็วกว่าที่คาดไว้มาก ซึ่งด้วยความเร็วดังกล่าว กาแล็กซีนี้ควรจะมีมวลสารอยู่มากกว่ากลุ่มก๊าซไฮโดรเจนที่วัดได้ประมาณหนึ่งพันเท่า ยิ่งไปกว่านั้นถ้ากาแล็กซีนี้ไม่ได้ประกอบด้วยสสารอื่นอยู่ กลุ่มก๊าซไฮโดรเจนควรจะสามารถรวมตัวกับเป็นดาวฤกษ์และให้แสงสว่างได้

 

   กลับหน้าแรก   

หน้าที่ 
  1. ความลี้ลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
  2. การค้นพบของ อาร์โน เพนเซียส์และโรเบิร์ต วิลสัน
  3. เอกภพมีมิติมากมายอย่างไร
  4. เอกภพเริ่มต้นอย่างไร
  5. ทำไมมวลเต็มเอกภพ
  6. ดาราจักรเกิดได้อย่างไร
  7. มวลมืดเย็นคืออะไร
  8. มีบาริออนทั้งหมดในดาราจักรไหม
  9. พลังงานมืดคืออะไร?
  10. ชตากรรมของเอกภพคืออะไร
  11. ครั้งแรก! นักวิทย์ขยับใกล้ “สสารมืด”
  12. นักดาราศาสตร์พบ Dark Galaxy
  13. กาแล็กซี่ลึกลับ !?
  14. ซุปเปอร์โนวา
  15. กาแล็กซี่ VIRGOHI21
  เรียบเรียงจาก Mark Sincell ,M.(2001),The 8 Greatest mysteries of cosmology . Astronomy, 29(6)
46-52     ร.ศ. ยุพา วานิชชัย

 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฟิสิกส์ 1 หนังสือฟิสิกส์ 1 ภาคกลศาสตร์ หนังสือฟิสิกส์ 1  ภาค ของไหล ความร้อนและคลื่น

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรกบทความพิเศษ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ