กลับสู่หน้าแรกฟิสิกส์ราชมงคล

ซุปเปอร์โนวา

     ในปี ค.ศ.1998 นักดาราศาสตร์ก็พบปรากฏการณ์น่าพิศวงอีกปรากฏการณ์หนึ่ง เมื่อศึกษาซุปเปอร์โนวาหรือการระเบิดของดาวฤกษ์ที่หมดอายุขัยในกาแล็กซี่ที่อยู่ห่างไกล แล้วพบว่าแสงจากซุปเปอร์โนวาจางกว่าที่ควรจะเป็น นั่นก็หมายความว่าซุปเปอร์โนวานั้นอยู่ห่างไกลกว่าที่ควรจะเป็นเช่นกัน

    สิ่งเดียวที่อธิบายปรากฏการณ์นี้ได้ก็คือ จักรวาลกำลังขยายตัวด้วยอัตราเร่ง ไม่ได้ขยายตัวช้าลงอย่างที่นักวิทยาศาสตร์เชื่อกันมานาน เพราะหากจักรวาลขยายตัวช้าลงกาแล็กซี่จะเคลื่อนที่เข้าใกล้กัน และจะทำให้ดวงดาวหรือเทหวัตถุในกาแล็กซี่มีความสว่างเมื่อมองจากโลก

     กระทั่งถึงปี ค.ศ.2001 สิ่งที่ค้นพบก็ได้รับการยืนยันอย่างแน่นหนา เมื่อนักวิทยาศาสตร์ทำการศึกษาซุปเปอร์โนวา SN1997ff ซึ่งอยู่ไกลจากโลกหนึ่งหมื่นล้านปีแสงโดยใช้กล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิล การศึกษายืนยันว่าจักรวาลกำลังขยายตัวด้วยอัตราเร่งจริงๆ

    ในขณะที่สสารมืดดึงดูดให้กาแล็กซี่มารวมกัน รวมทั้งกระจุกกาแล็กซี่ขนาดใหญ่ด้วย พลังงานมืดกลับต้านแรงดึงดูดโน้มถ่วงและผลักให้กาแล็กซี่หนีห่างออกจากกัน

กาแล็กซี่ UGC 10214 ถูกแรงดึงดูดของสสารมืดทำให้เกิดหาง

     พลังงานลึกลับที่ต้านแรงโน้มถ่วงซึ่งทำให้จักรวาลขยายตัวนี้คืออะไรและมันจะมีผลต่ออนาคตของจักรวาลอย่างไร? ทุกวันนี้มันเป็นหนึ่งในความลึกลับของจักรวาล และยังไม่มีใครสามารถอธิบายได้รวมทั้งยังไร้ร่องรอยใดๆ อีกด้วย นักวิทยาศาสตร์เรียกพลังลึกลับนี้ว่า พลังงานมืด(Dark Energy)

      ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์รู้ว่า จักรวาลประกอบด้วยสสารปกติ เช่น ดาวฤกษ์และดาวเคราะห์ จำนวน 4 % สสารมืด จำนวน 23.0% และพลังงานมืดซึ่งมีจำนวนมากที่สุด 73.0% ในขณะที่การศึกษาพลังงานมืดยังเป็นเรื่องที่มืดมน แต่สำหรับสสารมืดแล้วนักวิทยาศาสตร์พบร่องรอยของมันมาหลายปีแล้ว

     แม้ว่าสสารมืดจะมองไม่เห็น เพราะมันปลดปล่อยพลังงานไม่เพียงพอที่จะทำให้ถูกตรวจจับได้อย่างสสารปกติ แต่เราสามารถหาได้โดยทางอ้อมโดยการตรวจจับแรงดึงดูดของมัน ในปี 2001 ทีมนักวิทยาศาสตร์นำโดย นีล เทรนแธม จากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์เสนอทฤษฎีว่า

    ในจักรวาลมีกาแล็กซี่มืดซึ่งเป็นที่รวมของสสารมืดอยู่ กาแล็กซี่ลึกลับนี้ถูกตามล่ามาตั้งแต่บัดนั้น และนักดาราศาสตร์ก็ได้ค้นพบกาแล็กซี่มืดแล้วหลายแห่ง แต่ทว่ามันไม่ได้เป็นกาแล็กซี่มืดที่แท้จริงเพราะมีดาวฤกษ์ผสมอยู่ด้วย กาแล็กซี่มืดจะไม่มีดวงดาว เพราะมันจะมีความหนาแน่นไม่พอที่จะก่อให้เกิดดวงดาวได้

   กลับหน้าแรก   

หน้าที่ 
  1. ความลี้ลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุด
  2. การค้นพบของ อาร์โน เพนเซียส์และโรเบิร์ต วิลสัน
  3. เอกภพมีมิติมากมายอย่างไร
  4. เอกภพเริ่มต้นอย่างไร
  5. ทำไมมวลเต็มเอกภพ
  6. ดาราจักรเกิดได้อย่างไร
  7. มวลมืดเย็นคืออะไร
  8. มีบาริออนทั้งหมดในดาราจักรไหม
  9. พลังงานมืดคืออะไร?
  10. ชตากรรมของเอกภพคืออะไร
  11. ครั้งแรก! นักวิทย์ขยับใกล้ “สสารมืด”
  12. นักดาราศาสตร์พบ Dark Galaxy
  13. กาแล็กซี่ลึกลับ !?
  14. ซุปเปอร์โนวา
  15. กาแล็กซี่ VIRGOHI21
  จากมติชน

 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฟิสิกส์ 1 หนังสือฟิสิกส์ 1 ภาคกลศาสตร์ หนังสือฟิสิกส์ 1  ภาค ของไหล ความร้อนและคลื่น

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรกบทความพิเศษ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ