กลับสู่หน้าแรกฟิสิกส์ราชมงคล

      คาร์บอนไดออกไซด์

       ณ ปัจจุบันอุณหภูมิของโลกยังคงเฉลี่ย 15 องศาเซลเซียส ที่เป็นเช่นนี้เพราะสมดุลของอุณหภูมิยังคงมีอยู่ คือ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นส่วนประกอบเล็กน้อยในบรรยากาศ คือ ร้อยละ 0.03 หรือ 315 ส่วนในล้านส่วน แสงแดดผ่านชั้นบรรยากาศลงมาทำให้โลกอบอุ่น คาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศช่วยให้เกิดสภาวะเรือนกระจก ทำให้โลกอบอุ่นในเวลากลางคืน ถ้าปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์มากกว่านี้ อุณหภูมิโลกจะร้อนขึ้น

      อดีตขณะที่ดาวเคราะห์ดวงน้อยชนโลกแต่ละครั้งทำให้เกิดปฏิกิริยาเป็นก๊าซชนิดต่าง ๆ โดยเฉพาะคาร์บอนไดออกไซด์ในตอนที่โลกเกิดขึ้นใหม่ ๆ มีปริมาณถึง 200,000 เท่าของปัจจุบัน ขณะนั้นโลกต้องร้อนมหาศาล อะไรเล่าที่มากำจัดคาร์บอนไดออกไซด์ในยุคแรกเกิดโลก คำตอบก็คือ หลักฐานของภูเขาที่เห็นเป็นขาวขุ่น เป็นหินปูน (ใช้ทำปูนซีเมนต์ในปัจจุบัน) หินปูนนี้เองใช้ตอบปริศนาในอดีตว่าเป็นที่เก็บกักคาร์บอนไดออกไซด์ เพราะพื้นผิวหินปูนบางแห่ง เช่น ที่กุ้ยหลิน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีน เห็นเป็นซากปะการัง แสดงว่าเคยอยู่ใต้ทะเลมาก่อน มีซากของสิ่งมีชีวิตที่สูญพันธุ์ไปแล้วเป็นผู้สร้างหินปูน หินปูนเหล่านี้มีกระจายทั่วโลก แสดงว่ามีสิ่งมีชีวิตที่สามารถเปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์ในอดีตเป็นหินปูนได้ นักวิทยาศาสตร์ลองประมาณการดูว่า ถ้าเปลี่ยนหินปูนที่มีอยู่ในโลกปัจจุบันทั้งหมดเป็นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะได้ประมาณ 200,000 เท่า เท่ากับที่มีอยู่ในอดีตจริง ๆ บรรดาดาวเคราะห์ทั้งหมดมีโลกเท่านั้นที่เปลี่ยนคาร์บอนไดออกไซด์เป็นหินปูนได้ คาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศถูกทะเลที่เพิ่งเกิดขึ้น ถูกสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ในทะเล ปะการังเปลี่ยนเป็นหินปูนของแนวปะการัง อาจพูดได้ว่า ภูเขาหินปูนและแนวปะการังทั่วโลก ช่วยลดคาร์บอนไดออกไซด์ในทะเลถูกใช้ไปทำให้ปริมาณลดน้อยลง คาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศจึงละลายลงไปในทะเล นอกจากนี้แพลงตอน และสาหร่ายเปลือกแข็งบางชนิดก็ใช้คาร์บอนไดออกไซด์สร้างหินปูนได้ด้วยผสมผสานกับหินปูนของแนวปะการัง หินปูนบริเวณแนวปะการังที่ทวีปออสเตรเลียเป็นชนิดเดียวกับหินปูนที่ภูเขาที่เมืองกุ้ยหลินประเทศจีน หินปูนเหล่านี้เริ่มสร้างขึ้นเมื่อ 3,100 ล้านปีก่อน (หรือเริ่มสร้างเมื่อเกิดโลก 1,500 ล้านปี ) สร้างต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ จนถึงปัจจุบัน นักวิทยาศาสตร์จึงถือว่าปะการังเป็นผู้ลดคาร์บอนไดออกไซด์ให้โลกเรามีสภาพน่าอยู่ ท้องทะเลเป็นตัวดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ และเป็นตัวสร้างสมดุลระหว่างทะเลกับบรรยากาศนั่นเอง

      จากที่กล่าวมาข้างต้นในแนวคิดและกระบวนการศึกษารวมทั้งหลักฐานที่พบอยู่บนพื้นผิวโลก พออนุมานได้ว่า โลกที่เราอาศัยอยู่นั้นได้พัฒนามาจนถึงจุดที่พร้อมจะให้สิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นได้ และพร้อมที่จะเลี้ยงดูสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่อาศัยอยู่ได้ รวมทั้งสิ่งมีชีวิตที่มาอาศัยอยู่ร่วมกันจะต้องมีวิธีการปรับตัวที่จะอยู่รอด มีวิธีการที่จะพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน มีวิธีการที่จะใช้ประโยชน์จากโลกที่อาศัยอยู่ได้อย่างไรจึงจะเกิดสมดุลขึ้นในโลกอันเปราะบางนี้

     ข้อมูลเกี่ยวกับโลกในปัจจุบัน คือ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางบริเวณเส้นศูนย์สูตร 12,725 กิโลเมตร โลกเดินทางผ่านไปในอากาศด้วยความเร็ว 170 ไมล์ต่อวินาที โลกหมุนรอบดวงอาทิตย์ 20 ไมล์ต่อวินาที ครบรอบ 365 วัน 6 ชั่วโมง 8 นาที 38 วินาที โลกหมุนรอบตัวเอง 1000 ไมล์ต่อชั่วโมง ครบรอบ 23 ชั่วโมง 56 นาที 4 วินาที

 

  กลับหน้าแรก   

หน้าที่
  1. โลกนี้มีเพียงหนึ่ง
  2. ดาวเคราะห์ดวงที่ 3
  3. โลกอุบัติมาอย่างไร พัฒนาการมาอย่างไร
  4. การเกิดของเมฆ
  5. คาร์บอนไดออกไซด์
  6. แนวความคิดเรื่องกำเนิดชีวิต
  7. สิ่งมีชีวิตเกิดจากโคลนตม
  8. ชีวิตเกิดจากองค์ประกอบของธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ
  9. การทดลองของ สแตนลีย์ แอล มิลเลอร์
  10. การทดลองของ เมลวิน คาลวิน
  11. พระผู้สร้าง
  12. ชีวิตเกิดมาได้อย่างไร
  13. ดีเอ็นเอ
  14. สร้างกรดอมิโน
  15. น้ำซุป
  16. เซลล์แรก
  17. สาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงิน
  18. ฟอสซิลอายุ 3500 ล้านปี
  19. ดอกไม้ดอกแรก
  20. ความลึกของน้ำ 10 เมตร
  21. โลกของเรานั่นเอง
  22. ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity)
  23. การสูญพันธุ์ครั้งที่ 6
  24. การสูญเสียทางชีวภาพ
  25. รีบเร่งอนุรักษ์
  26. สรุป

 

   

 

แผ่นใสการเรียนการสอน

 

วิวัฒนาการ บท

บทที่ 1   1/6

กำเนิดและวิวัฒนาการของธรรมชาติ

     กำเนิดจักรวาล  ความคิดของนาย Friedman นักคณิตศาสตร์ชาวรัสเซีย  ทฤษฎี Big Bang  กำเนิดสุริยะจักรวาล   กำเนิดโลก  การแบ่งชั้นของโลก ร่องลึกในมหาสมุทร   จำนวน  57 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

บทที่  2  2/6

กำเนิดสิ่งมีชีวิตชนิดแรก

     โมเลกุลของสารประกอบอินทรีย์  ชีวิตเกิดจากสิ่งไม่มีชีวิต การทดลองของเรดิ  และหลุยส์ปาสเตอร์   แนวความคิดของอริสโตเติล  Polymerization  เคลวิน  นักชีวเคมีขาวเยอรมัน     จำนวน  56 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

บทที่  3  3/6

Evolution

     เมื่อ 3900 ล้านปีก่อน  วิวัฒนาการคืออะไร  นักอนุกรมวิธาน  ทฤษฎีวิวัฒนาการ  นายลามาร์ค   นาย ชาร์ล ดาร์วิน   กลไกการคัดเลือกโดยธรรมชาติ  หมู่เกาะกาลาปากอส  นายมัลทัส     จำนวน  40  แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

บทที่  4  4/6

กลไกการวิวัฒนาการ

     สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว การแปรผันทางพันธุกรรม  เมนาลิซึมของผีเสื้อกลางคืน  การกระจายตัวของประชากรผีเสื้อ  ผู้ถูกล่าและผู้ล่า  จำนวน  28 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

บทที่  5  5/6

หลักฐานทางวิวัฒนาการ

     ความจริงที่เกิดขึ้นในอดีต  ซากดึกดำบรรพ์  นกกลุ่มที่บินไม่ได้  โครงสร้างของสิ่งมีชีวิต  สัตว์มีกระดูกสันหลัง  ลำดับเบสบนสายดีเอ็นเอ  การคัดเลือกพันธุ์  และความรู้ทางพันธุ์ศาสตร์  จำนวน  39 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

บทที่  6  6/6

หลักฐานทางวิวัฒนาการ

     ข้อแตกต่างระหว่างมนุษย์และลิง  สายวิวัฒนาการของมนุษย์  มนุษย์วานร  สปีชีส์สุดท้าย  ค้นพบฟอสซิลของมนุษย์  การแบ่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ จำนวน  37 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

 

 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฟิสิกส์ 1 หนังสือฟิสิกส์ 1 ภาคกลศาสตร์ หนังสือฟิสิกส์ 1  ภาค ของไหล ความร้อนและคลื่น

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรกบทความพิเศษ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ