กลับสู่หน้าแรกฟิสิกส์ราชมงคล

 Charles Darwin

              ในปี 1871 Charles Darwin เขียนบันทึกถึงเพื่อนสนิทคนหนึ่งระบุว่า “แค่เพียงน้ำอุ่นที่เต็มไปด้วยแอมโมเนียและ phosphoric salt มีแสงความร้อน และมีกระแสไฟฟ้าเกิดขึ้น ก็จะทำให้เกิดปฏิกิริยาเคมีสร้างเป็นสารประกอบโปรตีนที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงไปสู่โครงสร้างที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น” ข้อความนี้แสดงให้เห็นว่า สิ่งมีชีวิตสามารถเกิดขึ้นจากสิ่งที่หลายคนเรียกกันว่า “ซุปดึกดำบรรพ์ (primeval soup)” เป็นซุปที่เซลล์สามารถปรากฏตัวขึ้นและมีความพร้อมที่จะพัฒนาต่อไปแต่ในเวลานั้นดาร์วินยังระมัดระวังไม่อยากให้แนวคิดนี้แพร่หลายออกไปในวงกว้าง

         ในช่วงเวลานั้นดูเหมือนว่าความรู้ความเข้าใจในกระบวนการสังเคราะห์ชีวิตจะอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม องค์ประกอบต่าง ๆ ของชีวิตรวมตัวกันโดยกลไกที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวโลก สารประกอบคาร์บอนเหล่านี้มีศักยภาพในการจับตัวกันเป็นห่วงโซ่ พลิกโครงสร้างขึ้นเป็นโมเลกุลแรกที่มีขีดความสามารถในการสร้างสำเนาตัวเอง สิ่งที่จำเป็นในการขับเคลื่อนกระบวนการเหล่านี้ได้แก่พลังงาน สิ่งมีชีวิตดูดซับเอาพลังงานเพื่อการดำรงอยู่และสร้างสำเนาสืบทอดต่อไป เบ้าหลอมเคมีมีเวลาหลายร้อยล้านปีในการเคี่ยวและสร้างสรรค์ จนในที่สุดปฏิกิริยาเคมีหนึ่งในหลายร้อยล้านครั้งก็ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างกระบวนการที่สานต่อด้วยตัวเองไปได้อย่างต่อเนื่อง

         ปริศนาก็คือ กระบวนการสร้างโมเลกุลที่มีความซับซ้อนจากคาร์บอน และสามารถสร้างสำเนาตัวเองได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวหรือเกิดขึ้นได้หลายครั้ง กระบวนการเช่นนี้ดูจะดำเนินไปอย่างง่าย ๆ โดยที่ใครก็สามารถทำเลียนแบบได้ จากการทดลองหลายครั้งให้ผลเป็นที่น่าพอใจและมีแนวโน้มว่าจะสามารถจำลองแบบการสร้างโมเลกุลที่สำเนาตัวเองได้ ถ้าหากกำเนิดของสิ่งมีชีวิตไม่ใช่ปรากฏการณ์มหัศจรรย์ กระบวนการนี้อาจเกิดขึ้นได้หลายครั้ง และต้นไม้กับสัตว์อาจมีต้นกำเนิดที่แตกต่างเป็นอิสระจากกัน แต่สถานการณ์ดูจะไม่เป็นไปอย่างที่หลายคนคิด เพราะโมเลกุลเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงกระบวนการในอดีตของบรรพบุรุษของเรา

         ยิ่งมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกำเนิดของสิ่งมีชีวิต ก็ยิ่งพบกับสิ่งที่น่าพิศวง กระบวนการทางเคมีของเซลล์ออกได้เป็นชั้นๆ เป็นส่วน ๆ ไม่เพียงแต่มีกลไกพื้นฐานของกรดนิวคลีอิก (nucleic acid) DNA และ RNA แต่ยังมีเอนไซม์ (enzymes) และกระบวนการเคมีชีวภาพอื่น ๆ ที่ดำเนินไปภายในเซลล์และอวัยวะต่าง ๆ โครงสร้างสั่งสมตัวเองอย่างช้าๆ อะตอมแล้วอะตอมเล่า ขณะที่ท่านอ่านบทความนี้อยู่ หน่วยพันธุกรรมภายในเกลียวคู่ของ DNA ก็กำลังถูกอ่านอย่างต่อเนื่อง ยีนเหล่านี้เองที่กำหนดรหัสสำหรับการสร้างโปรตีน กระบวนการชีวภาพทั้งหมดในร่างกายมนุษย์มีความสลับซับซ้อนมากกว่ากระบวนการขององค์ประกอบพื้นฐานมาก โครงสร้างเป็นเหมือนตัวต่อที่เรียงตัวและเชื่อมโยงกันอย่างสลับซับซ้อน แต่ถ้าหากแยกองค์ประกอบออกเป็นส่วน ๆ แล้วจะมีลักษณะที่เหมือนกัน

         ภาพเช่นนี้อาจทำความเข้าใจและยอมรับได้ยาก และอาจเรียกว่าเป็นแนวคิดแบบสรุปย่อส่วนจนถึงที่สุด (reductionist) อันเป็นการมองชีวิตอย่างตรงไปตรงมาจากสิ่งที่สามารถสังเกตเห็นและอธิบายได้ซึ่งนำไปสู่ข้อสรุปที่ว่า สิ่งมีชีวิตทั้งหมดตั้งแต่แบคทีเรียจนถึงช้าง ล้วนมีองค์ประกอบพื้นฐานที่มีลักษณะเหมือนกัน การแปรสภาพจากสิ่งไม่มีชีวิตเป็นสิ่งมีชีวิตเกิดขึ้นเพียงช่วงเวลาเดียวในประวัติศาสตร์ของโลกและสิ่งมีชีวิตทั้งหมดล้วนมีรากเหง้ามาจากช่วงเวลานั้น กล่าวให้ถึงที่สุดแล้ว เราคือเผ่าพันธุ์เดียวกับแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในน้ำพุร้อน ปรสิต ค้างคาว และกะหล่ำปลี ชีวิตเหล่านี้ล้วนแต่มีบรรพบุรุษเดียวกัน

 

   กลับหน้าแรก   

หน้าที่ 
  1. จากธุลีสู่ชีวิต
  2. รากเหง้าของชีิวิต
  3. นัักเล่นแร่แปรธาตุึ
  4. Charles Darwin
  5.  Miller และ Urey
  6. เยื่อหุ้มเซลล์
  7. สิ่งมีชีวิตแรก
  8. symbiosis
  9. อะมีบา
  10. อะมีบา
  11. กลับคืนสู่ผงธุลี
อาจารย์  รอฮิม ปรามาท  แปล  ฟิสิกส์ราชมงคลขอขอบคุณมากครับ

 

 

วีดีโอการศึกษา

วิวัฒนาการ บท

บทที่ 1   1/6

กำเนิดและวิวัฒนาการของธรรมชาติ

     กำเนิดจักรวาล  ความคิดของนาย Friedman นักคณิตศาสตร์ชาวรัสเซีย  ทฤษฎี Big Bang  กำเนิดสุริยะจักรวาล   กำเนิดโลก  การแบ่งชั้นของโลก ร่องลึกในมหาสมุทร   จำนวน  57 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

บทที่  2  2/6

กำเนิดสิ่งมีชีวิตชนิดแรก

     โมเลกุลของสารประกอบอินทรีย์  ชีวิตเกิดจากสิ่งไม่มีชีวิต การทดลองของเรดิ  และหลุยส์ปาสเตอร์   แนวความคิดของอริสโตเติล  Polymerization  เคลวิน  นักชีวเคมีขาวเยอรมัน     จำนวน  56 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

บทที่  3  3/6

Evolution

     เมื่อ 3900 ล้านปีก่อน  วิวัฒนาการคืออะไร  นักอนุกรมวิธาน  ทฤษฎีวิวัฒนาการ  นายลามาร์ค   นาย ชาร์ล ดาร์วิน   กลไกการคัดเลือกโดยธรรมชาติ  หมู่เกาะกาลาปากอส  นายมัลทัส     จำนวน  40  แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

บทที่  4  4/6

กลไกการวิวัฒนาการ

     สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว การแปรผันทางพันธุกรรม  เมนาลิซึมของผีเสื้อกลางคืน  การกระจายตัวของประชากรผีเสื้อ  ผู้ถูกล่าและผู้ล่า  จำนวน  28 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

บทที่  5  5/6

หลักฐานทางวิวัฒนาการ

     ความจริงที่เกิดขึ้นในอดีต  ซากดึกดำบรรพ์  นกกลุ่มที่บินไม่ได้  โครงสร้างของสิ่งมีชีวิต  สัตว์มีกระดูกสันหลัง  ลำดับเบสบนสายดีเอ็นเอ  การคัดเลือกพันธุ์  และความรู้ทางพันธุ์ศาสตร์  จำนวน  39 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

บทที่  6  6/6

หลักฐานทางวิวัฒนาการ

     ข้อแตกต่างระหว่างมนุษย์และลิง  สายวิวัฒนาการของมนุษย์  มนุษย์วานร  สปีชีส์สุดท้าย  ค้นพบฟอสซิลของมนุษย์  การแบ่งเผ่าพันธุ์มนุษย์ จำนวน  37 แ่ผ่น   คลิกค่ะ  powerpoint

 

แสง

     แสงในช่วงที่ตามองเห็น  คุณสมบัติคู่ของแสง  การสะท้อนและการหักเห  สมการของเลนส์   ความคลาด (aberrations)   สายตาสั้นและยาว  กล้องโทรทรรศน์  การแทรกสอด   อ.นงลักษณ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นผู้บรรยาย  จำนวน 114  แผ่น     คลิกค่ะ  powerpoint

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฟิสิกส์ 1 หนังสือฟิสิกส์ 1 ภาคกลศาสตร์ หนังสือฟิสิกส์ 1  ภาค ของไหล ความร้อนและคลื่น

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรกบทความพิเศษ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ