ลอยกระทง

บทความพิเศษ : โดย วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รองหัวหน้าพรรคชาติไทย


ลอยกระทง. . . กับคุณค่าทางสังคม
 

ลอยกระทง เป็นประเพณีในคืนวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๒ ปีนี้ ตรงกับวันพุธที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๘ ประเพณีลอยกระทง สืบทอดมานาน ไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีมาแต่เมื่อไร ในพระราชนิพนธ์สมเด็จ พระจุลจอมเกล้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เรื่องพระราชพิธี ๑๒ เดือน กล่าวไว้ว่า "การลอยพระประทีปกระทงนี้ เป็นนักขัตฤกษ์ที่รื่นเริงทั่วไปของชนทั้งปวง ไม่เฉพาะแต่การหลวง แต่จะนับว่าเป็นพระราชพิธีอย่างใดก็ไม่ได้ ด้วยไม่ได้มีพิธีสงฆ์พิธีพราหมณ์อันใดเกี่ยวข้องเนื่องในการลอยพระประทีปนั้น เว้นไว้แต่จะเข้าใจว่าตรงกับคำว่าลอยโคมลงน้ำเช่นที่กล่าวมาแล้ว แต่ควรนับว่าเป็นราชประเพณี ซึ่งมีมาในแผ่นดินสยามแต่โบราณ ตั้งแต่พระนครยังอยู่ฝ่ายเหนือ" ส่วนในหนังสือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ในพระราชนิพนธ์สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 หรือตำนานนางนพมาศ พระสนมเอกของพระมหาธรรมราชาลิไทยหรือพระร่วง แห่งกรุงสุโขทัย ได้กล่าวถึงการเสด็จประพาสลำน้ำตามพระราชพิธีในเวลากลางคืน มีรับสั่งให้พระสนมนางในตกแต่งกระทงประดับดอกไม้ธูปเทียนนำไปลอยหน้าพระที่นั่ง ในคราวนั้นท้าวศรีจุฬาลักษณ์ได้ประดิษฐ์กระทงเป็นรูป ดอกบัวกมุทขึ้น ด้วยเห็นว่าเป็นดอกบัวพิเศษที่บานในเวลากลางคืนเพียงปีละครั้งในวันดังกล่าว สมควรทำเป็นกระทงแต่งประทีป ลอยไปสักการะรอยพระพุทธบาท ซึ่งเมื่อพระร่วงเจ้าได้รับทราบถึงความหมาย พระองค์จึงมีพระราชดำรัสว่า "แต่นี้สืบไปเบื้องหน้าโดยลำดับ กษัตริย์ในสยามประเทศถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์ วันเพ็ญเดือน ๑๒ ให้นำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศสักการะบูชาพระพุทธบาทนัมทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน" ด้วยเหตุนี้ ภายหลังประเพณีของหลวงจึงถูกเรียกว่า "ลอยพระประทีป" ต่อมาชาวบ้านเปลี่ยนเรียกเป็น "ลอยกระทง ทรงประทีป" แล้วเปลี่ยนเป็นลอยกระทงแทนภายหลัง ส่วนรอยพระพุทธบาท เล่ากันว่าพระยานาคได้อัญเชิญพระพุทธเจ้าทรงเหยียบประดิษฐานไว้บนหาดทราย ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทา (อยู่ในอินเดีย) ครั้นวันเพ็ญเดือน ๑๒ หน้าน้ำ พระยานาคก็จะขึ้นมานมัสการรอยพระพุทธบาท

การลอยกระทงที่คล้าย ๆ กับของไทยเรายังมีในจีน อินเดีย เขมร และพม่า จะต่างกันก็เพียงพิธีกรรมและ ความเชื่อ แม้ในไทยเองก็มีความเชื่อ ความศรัทธาในเรื่องนี้อย่างหลากหลาย เช่น เชื่อว่าลอยกระทงเพื่อ
- บูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า
- บูชาพระอุปคุตเถระ ที่บำเพ็ญบริกรรมคาถาในท้องทะเลลึกหรือสะดือทะเล ซึ่งตำนานเล่าว่าเป็น พระเถระที่มีอิทธิฤทธิ์มาก สามารถปราบพญามารได้
- ต้อนรับพระพุทธเจ้าในวันเสด็จกลับจากเทวโลกเมื่อครั้งไปโปรดพระพุทธมารดาบนสวรรค์ ชั้นดาวดึงส์
- แสดงความขอบคุณ และขอขมาพระแม่คงคาซึ่งเป็นแหล่งน้ำให้มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์ต่าง ๆ
- ระลึกถึงและส่งของไปให้แก่บรรพบุรุษที่ล่วงลับ ตลอดจนสะเดาะเคราะห์หรือลอยทุกข์โศกโรคภัยต่าง ๆ รวมทั้งอธิษฐานเพื่อขอสิ่งที่ปรารถนา

แม้จะเกิดจากความเชื่อที่แตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่คือการระลึกถึงผู้มีพระคุณ ไม่ว่าจะเป็น พระพุทธองค์ พระแม่คงคา หรือบรรพชนผู้ล่วงลับด้วยการลอยกระทงไปแสดง ความกตัญญูรู้คุณ นั่นเอง นอกจากนี้ในทางวัฒนธรรมวิถีชีวิต ลอยกระทงยังมีคุณค่าต่อเนื่องไปถึง
- คุณค่าต่อครอบครัว ทำให้พ่อ แม่ลูก ได้ทำกิจกรรมด้วยกัน เช่น ช่วยกันประดิษฐ์กระทงและไปลอย ร่วมกัน
- คุณค่าต่อชุมชน ทำให้เกิดความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน ทำให้มีโอกาสพบปะสังสรรค์ สนุกสนานร่วมกัน ทั้งยังช่วยสืบทอดช่างฝีมือท้องถิ่น
- คุณค่าต่อศาสนา เช่น มีการทำบุญให้ทาน ถือศีลที่วัด หรือบูชารอยพระพุทธบาทนำมาซึ่ง การน้อมรำลึกถึงพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
- คุณค่าต่อสังคม ทำให้เอื้ออาทรต่อสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงความสำคัญของแหล่งน้ำลำคลอง ที่ได้ใช้สอย อำนวยประโยชน์ต่อเราทั้งทางตรงและอ้อม โดยช่วยกันขุดลอกให้สะอาดไม่ทิ้ง สิ่งปฏิกูล

อย่างไรก็ดี น่าสังเกตว่า ปัจจุบันการจัดประเพณีลอยกระทงแทบจะเป็นรูปแบบเดียวกันหมด นั่นคือ มุ่งเน้นความสนุกรื่นเริงเป็นหลัก มุ่งหวังด้านการท่องเที่ยวและรายได้เป็นสำคัญ ที่สร้างปัญหารำคาญใจแก่ ชาวบ้านมากคือ การจุดประทัด พลุ และดอกไม้ไฟกันอย่างคึกคะนอง และเล่นโดยไม่เลือกสถานที่ จนก่อให้เกิดเพลิงไหม้ หรือบาดเจ็บ ซ้ำร้ายกว่านั้นยังมีการดื่มของมึนเมา (จนมีคำประชดว่า "คนไทยเมาได้ทุกเทศกาล") เมื่อเมาแล้วขาดสติก่อให้เกิดอุบัติเหตุ ทำให้ตนเองหรือผู้อื่นพิการหรือเสียชีวิต บางแห่งก็เน้นประกวดความงาม จนชักนำหนุ่มสาวไปสู่ค่านิยมที่ฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย สิ่งเหล่านี้ กำลังจะทำให้ประเพณีลอยกระทงที่เคยงดงามด้วยความเชื่อ ความศรัทธา กลายรูปแบบและคุณค่าเหลือแต่ความอลังการ ฉาบฉวย จริงอยู่ เราคงไม่ปฏิเสธว่าประเพณีเป็นสิ่งที่ปรับเปลี่ยนได้ตามยุคสมัยไม่ตายตัว "แต่คุณค่าทางวัฒนธรรมต้องคงอยู่" หาไม่แล้ว ประเพณีจากมรดกทางวัฒนธรรมก็จะกลายเป็นแค่ "ซาก" ที่มีไว้ประดับเมือง เพิ่มราคา แต่ไม่ได้ประดับใจให้ได้ปัญญา เอาเสียเลย

 

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
รองหัวหน้าพรรคชาติไทย

อมรรัตน์ เทพกำปนาท

 

 

   กลับหน้าแรก   

หน้าที่ 
  1. เทศกาล ลอยกระทง
  2. ประวัติความเป็นมา
  3. ลอยกระทง. . . กับคุณค่าทางสังคม
  4. ภาพลอยกระทงสวยๆ
 

 

บทความที่เกี่ยวข้องกับการลอยกระทง

กับแรงลอยตัว

 

เรือดำน้ำ

บทนำ   

     เรือดำน้ำเป็นเทคโนโลยีที่แสนมหัศจรรย์ล้ำลึกลงไปถึงใต้ก้นมหาสมุทร  แต่ก่อนการรบกันของมนุษย์จำกัดอยู่แต่เพียงบนบก    แต่เมื่อมีเรือดำน้ำ   โลกของการรบใต้น้ำก็ถือกำเนิดขึ้น  ไม่เพียงแต่ใช้ในการสงครามเท่านั้น  แม้แต่การกบดานอยู่ใต้น้ำ เป็นเดือนและปี   โดยไม่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำเลยก็เป็นไปได้ 

เรือดำน้ำกำลังพุ่งขึ้นเหนือน้ำอย่างรวดเร็ว

      ฟิสิกส์ราชมงคล  จะอธิบายหลักการทำงานของเรือดำน้ำ   การเคลื่อนที่  และการดำรงชีวิตอยู่ภายใน  พร้อมกับการบอกเล่าเรื่องราวการใช้พลังงานของเรือดำน้ำ  และการช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานภายในเมื่อเรือดำน้ำเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันจมดิ่งลงสู่ท้องทะเล ในหน้าถัดไป

 

อาร์คิมีดิส

       กาลครั้งหนึ่ง นานมาแล้วบนแผ่นดินเซอราคิวส์ ที่ตั้งของประเทศกรีซใน ปัจจุบัน นักคณิตศาสตร์ผู้ปราดเปรื่องท่านหนึ่งได้คิดทฤษฎีว่าด้วยรูปทรง ปริมาตร ดวงดาว และกลศาสตร์ ต่างๆ มากมาย เวลาที่ผ่านเนิ่นนานมา ค่อยๆ ย่อยทำลายประวัติอันน่าสนใจของท่านจนเหลือเพียงเรื่องราวของ นักวิทยาศาสตร์สติเฟื่องที่ร้อง “ยูเรก้า” แล้ววิ่งแจ้นมาจากโรงอาบน้ำ เพื่อพิสูจน์มงกุฎทองคำของพระราชา

    ใครๆ คงรู้จักชื่อของอาร์คิมีดิสดี นักคณิตศาสตร์ท่านนี้มีชีวิตอยู่เมื่อประมาณ 290 ปีก่อนคริสตกาล (ราว พ.ศ. 253) ในนครเซอราคิวส์ (Syracuse) อันเป็นนครรัฐใหญ่แห่งหนึ่งแถบซิซิลี และมีความสนิทสนมกับกษัตริย์ไฮเออโรที่ 2 ความปราดเปรื่องของอาร์คิมีดิสมีมากมาย ทั้งยังมีบทบาทสำคัญในการป้องกัน การโจมตีจากพวกโรมันเมื่อ 213 ปีก่อนคริสตกาล โดยการสร้างยุทโธปกรณ์บางอย่าง แต่เซอราคิวส์ก็ถูกโรมันโจมตีได้ในที่สุด และอาร์คิมีดิสก็เสียชีวิตในคราวนี้ด้วย

อาร์คิมีดิส

อาร์คีมิดิสลงในอ่างอาบน้ำก็เห็นร่างกาย แทนที่น้ำในอ่าง และน้ำก็ล้นออก ทำให้สามารถนำหลักการนี้ ไปใช้พิสูจน์มงกุฎของพระราชาไฮเออโรได้ว่า ช่างทองซื่อตรงหรือไม่

    นอกจากนี้ อาร์คิมีดิสยังได้สร้างทรงกลมไว้สองลูก (เล่ากันว่า แม่ทัพโรมัน ได้นำกลับไปโรมด้วย) ลูกหนึ่งเป็นแผนที่ดาว (คล้ายลูกโลก แต่เป็นแผนที่ดาว บนทรงกลมแทน) อีกลูกเข้าใจว่าเป็นแบบจำลองการโคจรของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์อื่นๆ สำหรับเรื่องที่ว่าอาร์คิมีดิสเป็นผู้พิสูจน์น้ำหนักของมงกุฎ พระราชานั้น น่าจะเป็นความจริง แต่ที่เล่าว่า พอคิดออกก็ลุกจากโรงอาบน้ำทั้งยัง เปลือยกายล่อนจ้อน แล้วร้อง ยูเรก้า (ความจริงท่านร้องว่า อิว-เรคา [Heureka, Eureka] หมายถึง ฉันพบแล้ว) นั้น คงจะแต่งเล่นในภายหลังมากกว่า    อ่านต่อครับ

 

 

 

 

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรกบทความพิเศษ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ