กลับสู่หน้าแรกฟิสิกส์ราชมงคล

การทดลองของรัสเซีย


     สหรัฐอเมริกา นับเป็นประเทศแรกที่มีการทดลองอาวุธนิวเคลียร์ คือเมื่อปี 2488 และการทดลองครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2535 รวมการทดลองทั้งสิ้นรวม 1,030 ครั้ง ซึ่งเป็นการทดลองแบบใต้ดิน 815 ครั้งด้วยกัน และสหรัฐอเมริกา ก็นับเป็นประเทศที่มีการทดลองอาวุธนิวเคลียร์มากที่สุดในโลก อีกทั้งยังเป็นประเทศแรกและประเทศเดียวในโลก ที่เคยใช้อาวุธนิวเคลียร์ในการทำสงคราม คือเมื่อครั้งการทิ้งระเบิดปรมาณูลงบนเกาะฮิโรชิม่า และนางาซากิ จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตนับแสนคน และญี่ปุ่นต้องประกาศยอมแพ้สงครามในที่สุด ก่อนที่สหรัฐจะลงนามในสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์แต่ยังไม่มีการให้สัตยาบัน
      รัสเซียนับเป็นประเทศที่ 2 ในโลก ที่มีการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ โดยการทดลองครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อปี 2492 ส่วนการทดลองครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2533 และมีการทดลองทั้งหมด 715 ครั้ง โดยเป็นการทดลองแบบใต้ดิน 496 ครั้ง โดยเมื่อปี 2504 รัสเซียได้เปิดตัวอาวุธนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกเท่าที่เคยมีมา มีอำนาจในการระเบิดมากถึง 50 เมกะตัน หรือเท่ากับระเบิดทีเอ็นที 50 ล้านตัน
      ประเทศที่ 3 ที่มีการทดลองนิวเคลียร์เกิดขึ้น คือสหราชอาณาจักร ที่มีการทดลองครั้งแรกเมื่อปี 2495 โดยการทดลองครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อปี 2534 มีการทดลองเกิดขึ้นทั้งหมด 45 ครั้ง เป็นการทดลองใต้ดิน 24 ครั้ง ซึ่งอังกฤษได้ทดลองอาวุธนิวเคลียร์ครั้งแรกที่เกาะมอนเต เบลโล ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งทำให้ชั้นบรรยากาศบริเวณดังกล่าวปนเปื้อนด้วยสารกัมมันตรังสีไปจนถึงปี 2499 ก่อนที่จะอังกฤษจะยอมให้สัตยาบันในสนธิสัญญาว่าด้วยการห้ามทดลองนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์


 

  กลับหน้าแรก   

หน้าที่
  1. เกาหลีเหนือสมาชิกใหม่ของโลกนิวเคลียร์
  2. การทดลองของรัสเซีย
  3. เกาหลีประเทศที่ 8
  4. ยิงได้ถึงฮาวาย
  5. ความชอบธรรม
   

 

วีดีโอการศึกษา

25  มกราคม  1995  เรดาห์ของรัสเซีย  แจ้งว่า ขีปนาวุธของอเมริกากำลังวิ่งเข้าหากรุงมอสโคว์  เมืองหลวงของรัสเซีย  ทหารรีบส่งสัญญาณเตือนภัยตามลำดับ  เข้าสู่ขั้นตอนการตอบโต้ด้วยระเบิดนิวเคลียร์  ขณะนั้นผู้นำระดับสูงมีเวลาเพียง 10  นาที ในการตัดสินใจว่าจะตอบโต้หรือไม่   คลิกครับดูเรื่องจริงที่เกือบนำโลกไปสู่ความหายนะ  (windows media  ขนาด 2.3 MB)

ผู้รอดตาย

    26 ก.ค. 1945  เรือ ยูเอสเอส อินเดียนาโปลิส  แล่นออกจากเกาะเล็กๆแห่งหนึ่งนอกฝั่งกวม  โดยได้รับมอบหมายภารกิจให้บรรทุกลูกระเบิดนิวเคลียร์ไปส่ง ณ ที่แห่งหนึ่ง  เพื่อจะนำไปถล่มเมืองฮิโรชิมา  30 ก.ค.  1945  หลังเที่ยงคืน ตอร์ปิโดของญี่ปุ่นยิงถูกเรือหักกลางลำ   หัวเรือขาด  ภายใน 12  นาที  เรือก็จมลง   ลูกเรือกว่า 900 คน ลอยคออยู่กลางทะเล  ไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ   มีหลายคนโดนฉลามกิน   การขาดน้ำจืด  และ ต้องผจญกับแสงอาทิตย์อันร้อนแรงอยู่ทุกวัน  ทำให้พวกเขาคิดว่าตายแน่นอน   พวกเขาจะรอดหรือไม่  อย่างไร  คลิกครับ    ( windows media  3 MB)

วีดีโอย้อนกลับของระเบิดนิวเคลียร์

   คลิกครับ  (windows  medias   558 KB

 

นายเอนริโก เฟอร์มี

    จุดเริ่มต้นของระเบิดปรมาณู

    นักวิจัยในประเทศเยอรมันประสพความสำเร็จในการแยกอะตอม โดยใช้กระสุนนิวตรอนยิงเข้าไปในนิวเคลียส ทำให้นิวเคลียสแตกออกได้อย่างต่อเนื่องเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ขึ้น  สำหรับวีดีโอตอนนี้  คุณจะได้เห็นว่า ไอสไตน์ส่งหนังสือถึงท่านประธานาธิบดี รูสเวลล์  เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างระเบิดปรมาณูขึ้น  ซึ่งในตอนแรกท่านประธานาธิบดียังไม่ค่อยให้ความสนใจมากนัก    คลิกครับ    ( windows media  5 MB)

 

  สงครามโลกครั้งที่สอง

   อเมริกาถูกญี่ปุ่นโจมตีที่เพิรล์ฮาร์เบอร์  ทำให้อเมริกาประกาศสงครามกับญี่ปุ่น   ท่านประธานาธิบดีจึงให้ความสำคัญกับระเบิดชนิดใหม่  โดยอนุมัติโครงการแมนฮัตตัน  ให้นายพลโกบ  เป็นหัวหน้าโครงการนี้   ท่านนายพลได้เลือกนักฟิสิกส์ชั้นยอดคนหนึ่งเข้าร่วมงาน ชื่อของท่านคือ  โอเพนไฮเมอร์  คลิกครับ ( windows media 6 MB)

แยกยูเรเนียม

   นักฟิสิกส์ในโครงการแมนฮัตตัน ประสพความสำเร็จในการแยกยูเรเนียม 235   แต่ยังได้จำนวนน้อยไม่พอเพียงกับการทดลองยิงยูเรเนียมเข้าไปในมวลยูเรเนียมอีกก้อนหนึ่ง  เพื่อให้มวลเกิดสภาวะวิกฤติ  ตอนนี้นายโอเพนไฮเมอน์ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า เขาเป็นตัวจักรสำคัญสำหรับโครงการ ขณะเดียวกันทีมงานอื่นได้พัฒนาพลูโตเนียมขึ้น  ซึ่งได้จากการยิงสารกัมมันตภาพรังสีไปบนยูเรเนียม ซึ่งมีคุณสมบัติสามารถทดแทนยูเรเนียมได้ คลิกครับ ( windows media 6.7 MB)

 ทดลองครั้งแรก

16  ก.ค.  1945  เวลาตีห้าครึ่ง  นักวิทยาศาสตร์และแขกผู้มีเกียรติที่ได้รับเชิญมาเป็นพิเศษ  ให้เข้าชมดูการจุดฉนวนระเบิดปรมาณูลูกแรก  บนทะเลทรายของนิวเมกซิโก   ภายใต้โครงการแมนฮัตตัน  ที่ใช้เงินงบประมาณกว่า  30,000  ล้านบาทเมื่อเทียบกับค่าเงินในปัจจุบัน  เสียงระเบิดสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทะเลทราย  เกิดคลื่นกระแทกขึ้น  ลูกไฟขยายตัวครอบคลุมเป็นรัศมี  40,000 ฟุต  เทียบเท่ากับแรงระเบิดของทีเอ็นที  20,000 ตัน   หอเหล็กที่ใช้ทดลองหายไปเป็นอากาศ   ทรายบริเวณนั้นหลอมเหลวจนกลายเป็นแก้ว  คลิกครับ ( windows media 5.7 MB)

 ถล่มญี่ปุ่น

    เดือนมิถุนายน  1945  นักวิทยาศาสตร์โครงการแมนฮัตตัน จำนวน  155 คนลงนามเรียกร้องให้นายพลโกบ  ทดลองระเบิดบนดินแดนที่ไร้ผู้คนก่อน  แสดงแสนยานุภาพให้ญี่ปุ่นเห็น  เพื่อยุติสงครามโดยไม่ทำลายพลเรือน   แต่ท่านนายพลไม่พอใจ ปกปิดเรื่องนี้เป็นความลับ  เสนอการทดลองที่ประสพความสำเร็จให้ท่านประธานาธิบดี   ซึ่งท่านถูกกระแสกดดันจากประชาชนและรัฐบาลให้รีบยุติสงครามโดยเร็ว ไม่ว่าจะใช้วิธีใดๆทั้งสิ้น  เขาจึงฟังนายพลโกบตัดสินใจครั้งสำคัญ อนุมัติให้ใช้ระเบิดได้  ดังนั้น เวลาตี ของวันที่ สิงหาคม  1945  นักบินที่ได้รับการฝึกฝนอย่างดี  นำเครื่องบิน บี 29  มุ่งเข้าสู่เมืองฮิโรชิมา   ในเวลา  8.45  น. เมื่อเครื่องบินอยู่เหนือเมือง  ระเบิดลูกแรกชื่อว่าเจ้าหนูน้อย   จึงถูกปล่อยออกจากใต้ท้องของเครื่องบิน   ใช้เวลาตกลงมา 43  วินาทีจึงระเบิด นักบินรายงานว่า เขาเห็นแต่กลุ่มไอน้ำที่กระจายพวยพุ่งขึ้นมา  โดยไม่เห็นความเสียหายที่เกิดขึ้นด้านล่าง   ส่วนเมืองด้านล่างนั้น พื้นที่เกือบ  90  เปอร์เซนต์ถูกทำลายเรียบ พลเรือนกว่าแสนคนสูญเสียชีวิตในทันที   อีก  วันต่อมา ลูกระเบิดอีกลูกหนึ่ง เรียกว่า เจ้าหมูอ้วน  ถูกหย่อนเหนือเมืองนางาซากิ  ความเสียหายไม่น้อยกว่าฮิโรชิมา  ทำให้ญี่ปุ่นประกาศยอมแพ้อย่างไม่มีเงื่อนไข  สงครามโลกครั้งที่สองจึงจบลง  คลิกครับ ( windows media 5 MB)

  เร่งสะสมอาวุธ

   อเมริกาเป็นเจ้าของอาวุธมหาประลัยนี้ ประเทศเดียว จนถึงปี  1949  ประเทศโซเวียตก็ทดลองระเบิดปรมาณู  พร้อมกับระเบิดที่มีความหลายแรงกว่าเก่าอีกหลายเท่า เรียกว่าระเบิดไฮโดรเจน    ไม่นานนัก ทั้งสองประเทศก็เร่งแข่งขันด้านอาวุธ  และมีลูกระเบิดปรมาณูอยู่ในครอบครองมากมายหลายหมื่นลูก  ส่วนนายโอเพนไฮเมอร์  ซึ่งหลังจากจบโครงการแล้ว เขาต่อต้านการสะสมอาวุธมหาประลัยนี้อย่างหัวชนฝา  แต่เขาก็ไม่สามารถจะยับยั้งมันได้อีกแล้ว  การถกเถียงปัญหาทางด้านจริยธรรมมากมายจึงเกิดขึ้นว่า  ระเบิดนี้มีแต่โทษอย่างเดียวหรือ ?  เพราะว่าหลังจากสงครามโลกครั้งที่สองยุติ ยังไม่มีสงครามใหญ่เกิดขึ้นอีกเลย ทั้งนี้เป็นเพราะในใจของผู้นำประเทศทุกคนล้วนเกิดความกลัวที่จะเป็นประเทศแรกที่เปิดฉากสงครามมหาประลัยขึ้น  คลิกครับ ( windows media 3 MB)

Quarks (ควากซ์)

      เป็นสสารที่เชื่อว่าเล็กที่สุด ซึ่งเล็กกว่าอิเล็กตรอน  การสังเกตของนักวิทยาศาสตร์ ต้องใช้เครื่องเร่งอนุภาค  นำอนุภาคสองอันวิ่งเข้าชนกัน   ปรากฎว่า  มีอนุภาคที่อยู่ภายในนิวเคลียสหลุดออกมาอย่างมากมาย  นักฟิสิกส์สามารถค้นพบอนุภาคควากซ์ 3 ชนิด  ซึ่งเป็นส่วนประกอบพื้นฐานสุดของสสารทั้งหมดในจักรวาล  คลิกครับ

 

แรงนิวเคลียร์

     แรงพื้นฐานของฟิสิกส์คือ   แรงโน้มถ่วง  แรงไฟฟ้า  แรงนิวเคลียร์อย่างอ่อน   และแรงนิวเคลียร์อย่างแรง  ซึ่งเป็นแรงทั้งหมดที่มนุษย์รู้จัก  แรงนิวเคลียร์อย่างแรง ตรวจสอบได้โดยการใช้เครื่องเร่งอนุภาค   ต่อไปนักวิทยาศาสตร์จะรวมแรงทั้งหมดเข้าเป็นทฤษฎีเดียว  พวกเขาจะทำได้หรือไม่  คลิกครับ

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์

 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฟิสิกส์ 1 หนังสือฟิสิกส์ 1 ภาคกลศาสตร์ หนังสือฟิสิกส์ 1  ภาค ของไหล ความร้อนและคลื่น

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรกบทความพิเศษ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ