: :     บทที 4     : :  
: :     ติดต่อผู้จัดทำ      : :

ประวัติของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางตะวันตก
        ความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในปัจจุบันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการสะสมความรู้ของมนุษยชาติมาเป็นเวลานาน เริ่มตั้งแต่มนุษย์ยังดำรงชีพโดยการล่าสัตว์ด้วยอาวุธที่ทำด้วยหินจนกระทั่งพัฒนาวิถีในการดำรงชีพที่เปลี่ยนแปลงไปจากในอดีตมากมาย         อมรา ทองปาน และวีระศักดิ์ อุดมโชค (2541 : 2) กล่าวว่า นับตั่งแต่มนุษย์ Homo sapiens ได้ถือกำเนิดขึ้นมาในโลกนี้เมื่อประมาณ 40,000 ปีที่ผ่านมา มนุษย์มีวิวัฒนาการด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน แม้ว่าลักษณะโครงร่างของมนุษย์มิได้มีการเปลี่ยนแปลงหรือมีวิวัฒนาการจนแสดงความแตกต่างจากมนุษย์ในปัจจุบันมากนัก แต่มนุษย์มีวิวัฒนาการด้านอื่น เช่น การเปลี่ยนแปลงด้านวัฒนธรรมการศึกษาเพื่อหาความรู้ด้านต่าง ๆ จากวิวัฒนาการด้านนี้ทำให้สามารถจำแนกการเกิดมนุษย์โบราณตามลักษณะเครื่องมือเครื่องใช้ที่พบเป็นยุคต่าง ๆ เช่น มนุษย์ยุคหินเก่าและมนุษย์ยุคหินใหม่ ดังแสดงในตารางที่ 3 กล่าวได้ว่า การศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ของมนุษย์ยุคเริ่มแรกนั้นเป็นการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ และวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์ นับแต่สิ้นสุดยุคน้ำแข็งยุคสุดท้ายเมื่อประมาณ 10,000 ปีเป็นต้นมา มนุษย์ได้เริ่มศึกษาสังเกตธรรมชาติที่รอบ ๆ ตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเกิดกลางวัน กลางคืน ข้างขึ้น ข้างแรม ฤดูกาลต่าง ๆ และการโคจรของดวงดาว นอกจากนี้ยังศึกษาสิ่งมีชีวิตที่อยู่รอบ ๆ ตัวเราด้วย
        ดังนั้น วิทยาศาสตร์สมัยโบราณเกิดขึ้นควบคู่กับการเกิดอารยธรรมโบราณต่าง ๆ ได้แก่ อารยธรรมเมโสโปเตเมีย อารยธรรมอียิปต์ อารยธรรมในอเมริกากลาง และอารยธรรมใน เอเชีย ต่อจากนี้จึงเข้าสู่ยุคของวิทยาศาสตร์ธรรมชาติ ดาราศาสตร์ คณิตศาสตร์ ซึ่งเริ่มมีสูตร ทฤษฎี มีการทดลองนักวิทยาศาสตร์ในยุคนี้เป็นนักวิทยาศาสตร์ในอาณาจักรกรีกทั้งสิ้น ยุคสุดท้ายของวิทยาศาสตร์สมัยโบราณ คือ วิทยาศาสตร์ที่พัฒนาขึ้นในสมัยที่มีเมืองอเล็กซานเดรียเป็นศูนย์กลางการปกครองซึ่งมีการสะสมตำรา หนังสือของวิชาความรู้ด้านต่าง ๆ อย่างมาก มีหอสมุดที่ใหญ่ที่สุดในโลกของยุคนั้น คือ หอสมุดอเล็กซานเดรีย
เมื่อถึงสมัยกลาง (Middle Age) ประมาณปี ค.ศ. 476-1453 ความเจริญด้านวิทยาศาสตร์ได้ชะงักงันไปชั่วขณะ เรียกว่า "ยุคมืดทางวิทยาศาสตร์" สืบเนื่องมาจากความเชื่อทางศาสนาที่ขัดแย้งกับการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ หากผู้ใดคัดค้านหรือขัดแย้งกฎเกณฑ์ทางศาสนาก็จะมีโทษถึงตาย วิวัฒนาการด้านวิทยาศาสตร์จึงหยุดชะงักไป จนถึงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 15 ซึ่งเป็นสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา (Renaissance) การศึกษาทางวิทยาศาสตร์จึงเริ่มต้นพัฒนาขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ต่อมาศตวรรษที่ 18 ได้มีการปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ครั้งใหญ่ ทำให้วิทยาศาสตร์สาขาดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ กายวิภาคศาสตร์ เคมี ฟิสิกส์ เจริญพัฒนาขึ้น อย่างมาก
ในยุคนี้วิทยาศาสตร์บริสุทธ์สาขาต่าง ๆ ได้พัฒนาขึ้นมาก และจัดเป็นพื้นฐานของวิชาการสาขาต่าง ๆ อย่างแท้จริง ซึ่งสามารถเปรียบเทียบความเจริญของมนุษย์ตามการศึกษาประวัติศาสตร์กับการเจริญทางวิทยาศาสตร์ ดังสรุปในตารางที่ 4


ช่วงเวลา การเปลี่ยนแปลง วัฒนธรรม วัฒนธรรม
ภูมิอากาศในยุโรป ในโลกเก่า ในโลกใหม่

ก่อนคริสต์ศักราช (B.C.) ยุคน้ำแข็งยุคสุดท้าย ยุคหินเก่าตอนปลาย
10,000 (เวิร์ม-วิสคอนซิน) การล่าสัตว์วัฒนธรรม
มนุษย์โครมันยอง (Cro-Magnon)
9,000 การถดถอยของธารน้ำแข็ง ยุคหินเก่าตอนกลางวัฒนธรรม
อากาศหนาว แห้งแล้ง ตกปลา, การล่าสัตว์และ
แห้งแล้ง การเก็บรวบรวมของป่า
8,000 เริ่มมีวัฒนธรรม
การล่าสัตว์
มนุษย์ฟอลซัม
(Folsom)
7,000 - อาจเริ่มมีการกสิกรรม -
6,000 ยุคบอเรียล (Boreal)อากาศอบอุ่น - -
แห้งแล้ง
5,000 ยุคแอตแลนติก (Atlantic) ยุคหินใหม่เกิดการกสิกรรม -
อากาศอบอุ่น, ชุ่มชื่น และแพร่กระจายไปที่อื่น
4,000 - เริ่มเกิดอารยธรรมอียิปต์-สุเมเรียน -
การกสิกรรมยุคหินใหม่ในยุโรป
เหนือ เริ่มมีการ
กสิกรรม
2,000 ยุคซับบอเรียล (Subboreal) จักรวรรดิ์บาบิโลเนียน ในทวีป
กาศหนาว และแห้งแล้ง (เมโสโปเตเมีย) การรุกราน อเมริกา
ของเผ่าอารยันสู่อินเดีย ชาว
เมเดล์ และเปอร์เซีย
1,000 เกิดอารยธรรมกรีก และรุ่งเรือง วัฒนธรรม
ถึงที่สุด แม็กซิโกและ
มายาตอนต้น
ก่อนคริสต์ศักราช ยุคซับแอตแลนติก จักวรรดิ์โรมัน การรุกรานของ วัฒนธรรม
ต่อกับเริ่มคริสต์ศักราช (Sub-Atlantic) กอธ (Goths) ฮั่น (Huns) มายาเสื่อมลง
ตอนต้น ประมาณ เกิดศาสนาอิสลาม
ค.ศ.300


ค.ศ. 1,000 การรุกรานของมองโกลและ
ตาร์ตาร์ อารยธรรม
แอทเทคส์
(Aztecs) และ
อินคา (Incas)
การเดินทางทางเรือเพื่อต้นหาดินแดนใหม่และการล่าอาณานิคมของยุโรป
ค.ศ. 1,700 เริ่มยุควิทยาศาสตร์สมัยใหม่
การปฏิวัติทางอุตสาหกรรม และวิทยาศาสตร์ยุคใหม่


ตารางที่ 3 วิวัฒนาการด้านวัฒนธรรมของมนุษย์ตั้งแต่ยุคน้ำแข็งยุคสุดท้ายจนถึงปัจจุบัน (Kupchella and Hyland, 1989)


        ระยะเวลา สมัยความเจริญของมนุษย์ตามประวัติศาสตร์ สมัยความเจริญของวิทยาศาสตร์
ตั้งแต่โลกมีมนุษย์จนถึงยุคที่มนุษย์รู้จักการใช้โลหะ 1. สมัยก่อนประวัติศาสตร์ (Perhistoric Ages) แบ่งเป็นสมัยหินเก่า - สมัยหินใหม่ วิทยาศาสตร์สมัยโบราณ- สมัยแรกเริ่ม- สมัยกรีก- สมัยอเล็กซานเดรีย(..ถึงประมาณ ค.ศ.450)
ตั้งแต่สมัยบอรนซ์หรือทองสำริด ซึ่งเป็นสมัยที่ชาติโบราณเจริญไปจนถึง ค.ศ. 476 ซึ่งจักรวรรดิโรมันเสียเอกราช แก่อนารยชน 2. สมัยโบราณ (Ancient Ages)
ค.ศ. 476-ค.ศ.1453 ซึ่งเป็นปีที่จักวรรดิโรมันตะวันออกเสียอำนาจให้แก่พวกเตอร์กซึ่งแผ่อำนาจจากเอเซียเข้ามาในยุโรป 3. สมัยกลาง (Middle Ages) ตั้งแต่ต้นสมัยกลางจนถึงเกือบปลายสมัยเรียกว่าสมัยมืดมน (Dark Ages) ปลายสมัยกลางเป็นสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยา (Renaissance) วิทยาศาสตร์สมัยกลาง (ประมาณ ค.ศ. 450 ถึง ประมาณ ค.ศ. 1700)
ค.ศ. 1453 - ค.ศ. 1918 ซึ่งเป็นปีที่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 1 4. สมัยใหม่ (Modern Ages) วิทยาศาสตร์สมัยใหม่ (ประมาณ ค.ศ. 1700 ถึงปัจจุบัน)
ค.ศ. 1918 - ปัจจุบัน 5. สมัยปัจจุบัน (Contemporary Ages)


ตารางที่ 4 เปรียบเทียบสมัยความเจริญของมนุษย์ตามประวัติศาสตร์ และ สมัยความเจริญทาง
วิทยาศาสตร์ (อมรา ทองปาน และ วีรศักดิ์ อุดมโชค. 2541 : 4)

        จะเห็นได้ว่า การพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในกระแสโลกนั้นมีลักษณะค่อยเป็นค่อยไปและถ่ายเทจากฐานความรู้ความคิดเดิม ไปสู่ฐานความรู้ความคิดใหม่ เช่น จากการเกษตร ไปสู่อุตสาหกรรม จนกระทั่งถึงเทคโนโลยีสารนิเทศ เป็นต้น นอกจากนั้นนับได้ว่า "วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี" เป็น "วัฒนธรรม" ระบบหนึ่งด้วย ซึ่งการยอมรับวัฒนธรรมใหม่ของผู้คนในสังคมใด ๆ ย่อมมีความเกี่ยวข้องกับ "ลักษณะนิสัย" ของผู้คนในสังคมนั้น ๆ ด้วย
อย่างไรก็ตามในสมัยโบราณ ไม่ใคร่มีการแยกสาขาวิชาออกมาชัดเจน นักปราชญ์แต่ละคนมักจะสนใจที่จะศึกษาความรู้ทุกด้าน วิทยาศาสตร์จึงเป็นส่วนหนึ่งของปรัชญา การเรียนรู้โดยการทดลองยังมีน้อย อาจจะมีการสังเกตธรรมชาติกันบ้าง เช่น การศึกษาท้องฟ้า แต่อุปกรณ์และเทคนิคในสมัยนั้น อาจจะไม่ดีพอที่จะให้ผลที่ละเอียดแม่นยำ อย่างไรก็ตาม คนปัจจุบันก็ยังยกย่องว่าคนโบราณได้ทำการศึกษาวิชาชีววิทยาไว้อย่างละเอียดถี่ถ้วนดีมากกว่าวิชาอื่น เช่น รู้ว่าปลาวาฬเป็นสัตว์ที่ต่างจากปลาประเภทอื่นทั่วไป คนปัจจุบันรู้ลึกซึ้งกว่าก็เพราะว่า มีอุปกรณ์ เช่น กล้องจุลทรรศน์เป็นเครื่องช่วย เป็นต้น


 

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ฟิสิกส์ 1 หนังสือฟิสิกส์ 1 ภาคกลศาสตร์ หนังสือฟิสิกส์ 1  ภาค ของไหล ความร้อนและคลื่น

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรกบทความพิเศษ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ