กลับสู่หน้าแรกฟิสิกส์ราชมงคล

กลับสู่หน้าแรกฟิสิกส์ราชมงคล

 กระแสไฟฟ้าในขดลวด

      โทรศัพท์  คือเครื่องมือสำหรับเปลี่ยนเสียงมนุษย์ให้เป็นกระแสไฟฟ้าเพื่อให้ส่งไปยังที่  ไกล ๆ ผู้ประดิษฐ์โทรศัพท์คนแรกคือ อเล็กซานเดอร์  เกรแฮม เบลล์ (Alexander Graham Bell) ชาวอเมริกัน  ในปี ค.. 1875 หลักการในการโทรศัพท์ เกิดขึ้นสืบเนื่องมาจาก ไมเคิล  ฟาราเดย์  (Michael Faraday)  ชาวอังกฤษ  พบว่ามีขดลวดเคลื่อนที่ไปมาใกล้ ๆ แม่เหล็กจะมีกระแสไฟฟ้าเกิดขึ้นในขดลวด  ได้มีการนำหลักนี้ไปใช้ในเครื่องกำเนิดไฟฟ้า  และเครื่องยนต์ไฟฟ้า (มอเตอร์)ปรากฏการณ์เช่นเดียวกันนี้อาจเกิดขึ้นได้  ในเมื่อวางขดลวดไว้นิ่ง ๆ อยู่กับที่  แล้วให้แม่เหล็กเคลื่อนที่ไปมา  ซึ่งเบลล์ได้นำหลักนี้ไปใช้  เขาพันลวดทองแดงที่มีฉนวนฉาบหุ้มไว้รอบแท่งแม่เหล็กหลาย ๆ รอบ ตรงปลายแท่งแม่เหล็กมีแผ่นเหล็กบาง ๆ วางไว้เกือบแตะปลายแม่เหล็ก  อีกข้างหนึ่งของแผ่นเหล็กเป็นกระบอกแตรเล็ก ๆ สำหรับใช้พูด  เมื่อพูดเข้าไปในกระบอกนี้  จะทำให้แผ่นแม่เหล็กสั่นไปมา  เนื่องจากแผ่นเหล็กนี้อยู่ใกล้ขั้วแม่เหล็กมาก  จึงทำให้สนามแม่เหล็กเปลี่ยนไปมา  คล้าย ๆ กับแม่เหล็กเคลื่อนไปมา  การสั่นสะเทือนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของกระแสในขดลวด

     มีสายลวดยาวต่อกับปลายของขดลวดไปยัง “หูฟัง”  หูฟังนี้ประกอบด้วยขดลวด  ซึ่งมีแผ่นเหล็กบาง ๆ เช่นเดียวกับปากแตรที่ใช้พูด เมื่อกระแสไฟฟ้าผ่านลวดขดนี้  จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็ก  และจะดึงแผ่นเหล็กบาง เข้า ๆ ออก ๆ ทำให้สั่นเป็นคลื่นเสียง  เมื่อนำหูฟังมาไว้ใกล้ ๆ หู จะได้ยินเสียงคนพูดเบา ๆ เมื่อจะพูดตอบ ก็พูดกลับไปที่ปากแตร  และอีกปลายหนึ่งจะใช้เป็นหูฟัง  เพราะโทรศัพท์แบบนี้ทำไฟฟ้าเอง  จึงไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ช่วยนี่เป็นโทรศัพท์ที่ใช้กันในสมัยก่อน

 

   กลับหน้าแรก   

หน้าที่ 
  1. วิวัฒนาการของโทรศัพท์
  2. กระแสไฟฟ้าในขดลวด
  3. ผงถ่าน
นำมาจากหนังสือ สารานุกรมวิทยาศาสตร์  ของสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย

 

อเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ : Alexander Graham Bell

เกิด        วันที่ 3 มีนาคม ค.ศ.1847 ที่เมืองเอดินเบิร์ก (Edinburg) ประเทศสก็อตแลนด์ (Scotland)
เสียชีวิต วันที่ 2 สิงหาคม ค.ศ.1922 ที่เมืองโนวา สโคเทีย (Nova Scotia)
ผลงาน   - ประดิษฐ์โทรศัพท์ ในปี ค.ศ.1876
             - ก่อตั้งสมาคมแนะนำ และสอนคนหูพิการ ชื่อว่า American Association to Promote the Teaching of
               Speech to Deaf

        การติดต่อสื่อสารถือได้ว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากทั้งในอดีต ปัจจุบัน รวมถึงต่อไปอนาคต ในอดีตมนุษย์ใช้วิธีการส่งข่าวสาร
ถึงกันด้วยวิธีต่าง ๆ มากมาย เช่น ใช้นกพิราบ ควันไฟ เป็นสัญญาณ หรือการใช้มนุษย์เดินทางส่งข่าวสาร ซึ่งแต่ละวิธีที่ได้กล่าวมา
ล้วนแต่ล่าช้า ไม่สะดวก อีกทั้งเกิดความผิดพลาดได้ง่าย ต่อมาแซมมวล มอร์ส นักประดิษฐ์ชาวอเมริกัน ได้ประดิษฐ์โทรเลขทำให้
การสื่อสารมีความเจริญก้าวหน้ามากขึ้นอีกลำดับหนึ่ง แต่ก็ยังไม่สามารถส่งคำพูดได้ จนกระทั่งเบลล์สามารถประดิษฐ์โทรศัพท์ขึ้น
สำเร็จ ทำให้การสื่อสารมีความเจริญก้าวหน้าขึ้นอย่างมาก ในปัจจุบันโทรศัพท์เป็นเครื่องมือสื่อสารที่มีความสำคัญมากสำหรับการ
ติดต่อสื่อสารเพราะสะดวกรวดเร็ว ประหยัดทั้งค่าใช้จ่าย และเวลา  คลิกอ่านต่อครับ

ไมเคิล ฟาราเดย์ : Micheal Faraday

 

เกิด        วันที่ 22 กันยายน ค.ศ. 1791 ที่กรุงลอนดอน (London) ประเทศอังกฤษ (England)
เสียชีวิต วันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 1867 ที่กรุงลอนดอน (London) ประเทศอังกฤษ (England)
ผลงาน - ค้นพบสมบัติของแม่เหล็กที่ทำให้เกิดไฟฟ้า
           - ประดิษฐ์เครื่องกำเนิดไฟฟ้าหรือไดนาโม (Dynamo)
           - นำเหล็กมาผสมกับนิกเกิล เรียกว่า สแตนเลส ซึ่งมีสมบัติเหนียว และไม่เป็นสนิท
           - พบสารประกอบเบนซีน (Benzene)
           - บัญญัติศัพท์ทางวิทยาศาสตร์หลายคำ เช่น
                ไอออน (lon) หมายถึง ประจุ
                อิเล็กโทรด (Electrode) หมายถึง ขั้วไฟฟ้า
                คาโทด (Cathode) หมายถึง ขั้วลบ
                แอโนด (Anode) หมายถึง ขั้วลบ


         ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างมากในปัจจุบัน อีกทั้งยังมีความสำคัญและความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์อีกด้วย
แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้น แต่การสร้างกระแสไฟฟ้าขึ้นมาก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ในปัจจุบันกระแสไฟฟ้าผลิตขึ้นได้จากพลังงานหลายรูปแบบ
ทั้งน้ำมัน น้ำ ลม และปรมาณู และฟาราเดย์ผู้นี้เองที่ประดิษฐ์คิดค้นเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่เรียกว่า "ไดนาโม (Dynamo)" ซึ่งเป็น
ต้นแบบของเครื่องกำเนิดพลังงานไฟฟ้าในปัจจุบัน 
คลิกอ่านต่อครับ

 

 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรกบทความพิเศษ

กลับหน้าแรกโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

บทความพิเศษ