|

|
 |
|
เวกเตอร์และการเคลื่อนที่
คุยกันก่อนเรียน
... a physical theory is just a mathematical model and
it is meaningless to ask whether it corresponds to reality.
All that one can ask is that its predictions should be in agreement with
observation.
Prof. S.W. Hawking
ทำไมจะเรียนฟิสิกส์ถึงต้องใช้คณิตศาสตร์?
หลายคนอาจมีนิยามและความหมายของวิชาฟิสิกส์แตกต่างกันไป
แต่สำหรับผู้สอนขอให้ความหมายของวิชาที่กำลังจะสอนพวกคุณทั้งหลายนี้ว่า
ฟิสิกส์คือวิชาที่ว่าด้วยการศึกษาธรรมชาติ
ทฤษฎีฟิสิกส์คือการอธิบายธรรมชาติด้วยภาษาคณิตศาสตร์
สำหรับนักฟิสิกส์คณิตศาสตร์คือภาษาของธรรมชาติ ในทางศิลปศาสตร์
กวีอธิบายธรรมชาติผ่าน กาพย์ โคลง กลอน
ศิลปินอธิบายธรรมชาติผ่านภาพวาดจากปลายพู่กันส่วนนักฟิสิกส์อธิบายธรรมชาติผ่านภาษาคณิตศาสตร์
การที่จะซาบซึ้งกับบทกวีของชาติใดๆก็ตาม
คุณต้องเข้าใจภาษาที่กวีท่านนั้นๆใช้ก่อน เช่น เดียวกัน
คุณจะเข้าใจฟิสิกส์ให้ลึกซึ้งไม่ได้เลย ถ้าพวกคุณไม่เข้าใจภาษาคณิตศาสตร์
และเพราะว่าธรรมชาติมีการเปลี่ยนแปลง ทุกสิ่งในชีวิตประจำวันล้วนเปลี่ยนแปลง
เช่น วัตถุเปลี่ยนตำแหน่ง (การเคลื่อนที่) สสารเปลี่ยนสถานะ
นักฟิสิกส์จึงต้องอธิบายการเปลี่ยนแปลงนั้นผ่านทฤษฎี(คณิตศาสตร์)
โดยทั่วไปการศึกษาการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติแบ่งออกได้เป็นสองระดับคือ
1) Kinematics หรือ จลศาสตร์
ศึกษาปริมาณที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง เช่น ความเร็ว ความเร่ง
ทฤษฎีที่อธิบายลักษณะนี้ เช่น กฎของอคีมีดิส
2) Dynamics หรือ พลศาสตร์
ศึกษากลไก หรือกระบวนการ สาเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนั้น
ทฤษฎีที่อธิบายลักษณะนี้ เช่นกฎแรงโน้มถ่วงของนิวตัน
และการศึกษาพลศาสตร์ของวัตถุนี่เองที่ทำให้ภาษาคณิตศาสตร์ได้แสดงศักย์ภาพของมันได้อย่างเต็มที่ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพัฒนาวิวัฒนาการของโลกเราจนถึงปัจจุบัน
อย่างไรก็ตามทฤษฎีที่เราใช้อธิบายธรรมชาตินั้นไม่ได้มีเพียงทฤษฎีเดียว
แต่ยังขึ้นกับระบบที่เราสนใจ ตลอดชั้นปีทีหนึ่งนี้คุณจะได้เห็นว่า
ระบบที่มีขนาดไม่ใหญ่มากนัก กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ทฤษฎีแม่เหล็กไฟฟ้าของแม็กซ์เวลล์สามารถอธิบายเกือบทุกอย่างที่เราพบในชีวิตประจำวันได้
แต่ถ้าคุณสนใจในระบบเล็กๆ เช่น อะตอมของธาตุต่างๆ
ธรรมชาติของสิ่งเล็กๆเหล่านี้ทฤษฎีควอนตัมอธิบายได้ดีกว่า
ในขณะที่ระบบฟิสิกส์ที่ใหญ่ๆมากๆ เช่น กลุ่มกาเล็กซี่ หรือแม้แต่ทั้งจักรวาล
ทฤษฎีสัมพัทธ์ภาพของไอน์สไตน์สามารถอธิบายการเปลี่ยนแปลงต่างๆได้อย่างน่าพอใจในระดับหนึ่ง

แต่ละทฤษฎีที่กล่าวถึงล้วนมีการใช้คณิตศาสตร์ที่ซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ว่าจะเป็น แคลคูลัส (Calculus) และ สมการอนุพันธ์ (Differential equation)
ที่ใช้ในกลศาสตร์ของนิวตั้น ในวิชาสัมพัทธภาพทั่วไป เรขาคณิตเชิงอนุพันธ์ (Differential
geometry) เป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้อธิบายความโค้งของกาลอวกาศ ในวิชาควอนตัม
ทฤษฎีกลุ่ม (Group theory) และเครื่องมือคณิตศาสตร์อื่นๆ
ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย
เพราะธรรมชาติมีความซับซ้อนอย่างน่ามหัศจรรย์
ในแต่ละครั้งที่เราศึกษาลึกลงไปคณิตศาสตร์ที่ใช้อธิบายธรรมชาติจึงต้องลึกซึ้งมากขึ้นตามไปด้วย
ในแง่นี้นักฟิสิกส์ก็ไม่ต่างอะไรกับนักประพันธ์ที่พยายามหาถ้อยคำที่ไพเราะที่สุดเพื่อมาอธิบายธรรมชาติที่เขาพบเห็น
หน้าที่
- คุยกันก่อนเรียน
- เวกเตอร์ นิยาม และ การบวกคุยกันก่อนเรียน
- เวกเตอร์และการเคลื่อนที่
- ผลคูณของเวกเตอร์เวกเตอร์หนึ่งหน่วย (Unit
Vector)
- การหาองค์ประกอบของเวกเตอร์ในทิศทางใดๆ
ของ ดร.อรรถกฤต
ฉัตรภูติ
 |
ศัพท์วิทยาศาสตร์ ฉบับราชบัณฑิตสถาน
A
B
C
D
E
F
G
H
I
J
K
L
M
N
O
P
Q
R
S
T
U
V
W
X
Y
Z
ก
ข
ค
ง
จ
ฉ
ช
ซ
ฐ
ณ
ด
ต
ถ
ท
ธ
น
บ
ป
ผ ฝ
พ
ฟ
ภ
ม
ย
ร
ล
ว
ศ
ส
ห
อ
ฮ
นักวิทยาศาสตร์
หน่วย
ศัพท์แผ่นดินไหวตัวอักษรจาก A-M
จาก N-Z
A
B
C
D
E
F
G
H
I
J
K
L
M
N
O
P
Q
R
S
T
U
V
W
X
Y
Z


พจนานุกรมเสียง 1
แมว
วัว 1
วัว 2
วัว 3
เหมียว
แกะ
พจนานุกรมภาพการ์ตูน
พจนานุกรมภาพเคลื่อนไหว
ดนตรี
Bullets แบบ JEWEL
พจนานุกรมภาพต่างๆ
ภาพเคลื่อนไหวของสัตว์ต่างๆ
โลกและอวกาศ
อุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ
หนังสืออิเล็กทรอนิกส์