ยาหลอก

   นักวิทยาศาสตร์ใช้ไฟฟ้ากระตุ้นที่ผิวหนังของผู้ถูกทดลอง  โดยเพิ่มปริมาณกระแสไฟฟ้าขึ้นเรื่อยๆ  ถ้าผู้ทดลองทนไม่ไหวและต้องการหยุดก็สามารถกดปุ่มเพื่อหยุดการทดลองได้   การทดลองถัดไปให้ผู้ถูกทดลองทาเจลซึ่งเป็นเพียงยาหลอกไม่มีผลอะไร  แต่ผู้ถูกทดลองไม่ทราบ  โดยที่เจล บอกว่าเมื่อทาแล้วสามารถทนกระแสไฟฟ้าได้นานขึ้น  ส่วนเจล  เมื่อทาแล้วจะทำให้เกิดความเจ็บปวดเพิ่มขึ้น  ผลออกมาเป็นอย่างไรดูได้ที่วีดีโอชุดนี้ครับ

คำถาม

  ยาหลอก  จะใช้ได้ผลดีที่สุดด้วยวิธีใด

  1. ในรูปของยาทา
  2. ในรูปของยากินแคปซูล
  3. ในรูปของยาฉีด

    คำตอบ คืออะไร

   กลับหน้าแรก

ฤทธิ์ผลของยาหลอก

                

                    ฤทธิ์ผลจากยาหลอก เป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ธรรมดาที่สุดที่เราพบเห็นได้ในทางการแพทย์
แต่มันก็ยังเป็นเรื่องราวที่ลึกลับและทรงพลังอยู่ในปัจจุบัน ยาหลอก หมายถึง น้ำตาลหรือแป้ง หรือสารที่ไม่ก่อ
เกิดขบวนการทางเภสัชในการรักษา ที่นำมาอัดแล้วเคลือบให้ดูเป็นเม็ดยาหรืออยู่ในแคปซูลหรือเตรียมเป็น
ยาฉีด ยาน้ำ หรือรูปแบบยาอื่นๆ ก็ได้แล้วนำมาใช้ในการแพทย์
จุดประสงค์ที่นำมาใช้ มีสองประเด็นหลักคือ
เพื่อจ่ายให้แก่คนไข้ทำให้ผู้ป่วยมีความรู้สึกที่ดีขึ้นต่ออาการของตน บรรเทาอาการอาการเจ็บป่วยลงไป
นอกจากนี้ ยาหลอกยังถูกใช้เป็นตัวอ้างอิงเปรียบเทียบเพื่อคอนโทรลการทดลองทางคลินิกเพื่อทดสอบยา
เพื่อให้ทราบประสิทธิภาพของยาจริง (ยาที่ออกฤทธิ์ตามกลไกเภสัชศาสตร์จริงๆ) ยาหลอกไม่เพียงแต่หมายถึง
แป้ง,น้ำตาล ที่ทำเป็นรูปแบบยาต่างๆ เท่านั้น แต่ยังหมายถึงขบวนการทางแพทย์อีกด้วย เช่น การผ่าตัดที่
ไม่ได้ผ่าตัดอวัยวะใดๆ อาจผ่าตัดเพียงผิวหนังเล็กน้อยไปบ้าง กรณีที่แพทย์ตรวจสภาพร่างกายคนไข้แล้วมี
ปฏิสัมพันธ์กับคนไข้เล็กน้อย พูดจาปลอบขวัญให้กำลังใจก็ถือว่าเป็นการให้ยาหลอกได้เหมือนกัน ได้มีการ
ศึกษาวิจัยที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า เมื่อให้ยาหลอกบำบัดรักษาแก่ผู้ป่วยที่มีอาการต่างๆ เช่น เจ็บปวด,
ความดันสูงและโรคหืดหอบ ผลปรากฏว่ามีคนไข้จำนวนร้อยละ 30-40 มีอาการดีขึ้น สำหรับคนไข้ที่เป็นโรค
หัวใจ (angina pectoris) คณะวิจัยได้ดำเนินการวางยาสลบและผ่าตัดผิวหนังคนไข้ออกไปเล็กน้อย ผล
ปรากฏว่า คนไข้อาการดีขึ้น ถึงร้อยละ 80 ต่อคำถามที่ว่า ทำไม แป้ง,น้ำตาลที่นำมาเป็นยาก็ดี การผ่าตัด
หลอกๆ ก็ดีก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบำบัดรักษาได้อย่างไร

 

The Placebo Effect



                    ยาหลอกที่จะนำไปใช้ในการทดลองเป็นตัวอ้างอิงในการทดลอง
ผลทางคลีนิคต้องหลอกทั้งผู้ทำการทดลองและผู้ถูกทดลองในภาพเหมือนยาจริง
มากที่สุดต้องเป็นเม็ดยาแถวที่ 3 แถวบนสุดแม้นเม็ดยาเหมือนกันทั้งขนาดและสี
แต่มีตัวอักษรพิมพ์บนเม็ดต่างกัน แถวกลางตัวอักษรเหมือนกันแต่ถ้าสังเกตด้านซ้าย
ขนาดเม็ดจะเล็กกว่า ส่วนรูปกราฟจากการศึกษาทดลองไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัดหลอก
หรือการให้คำปลอบขวัญแก่คนไข้จะช่วยในการรักษาดีขึ้น

                    หลายๆ ท่านเชื่อว่าเป็นเรื่องของ จิตศาสตร์ ( psychological ) ที่ทำให้เกิดผลจริง เนื่องจาก
แรงศรัทธาของคนไข้หรือไม่ก็เป็นการสำคัญผิดคิดไปเอง ถ้าคุณเชื่อว่ายานั้นช่วยคุณได้มันก็จะช่วย ทั้งหมด
มันขึ้นอยู่ที่จิตใจพลังแห่งความคาดหวังเมื่อมีขึ้นมาร่างกายก็จะผลิตสารฮอร์โมนที่เรียกว่า เอนเดอร์ฟีน
(endorphine)
ขับออกมา ในส่วนของระบบประสาทอัตโนมัติสมองเราจะกลั่นกรองรับรู้ข้อมูลสัมผัสอันตราย
ต่างๆ เช่นฮอร์โมน แอดรีนาริน / โดปามีน ,นอร์อิพิเนพฟีน ทำให้เราพุ่งพล่าน ตอบสนองสิ่งเร้าได้รวดเร็ว
ขณะที่อารมณ์เชิงบวกของคนเราก่อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์, ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้นมีการพัฒนาไอคิว เราจะ
พบเห็นสิ่งเหล่านี้ได้จากการทำสมาธิ จึงเกิดคำถามที่ว่าหากแพทย์เมื่อเห็นประโยชน์จากยาหลอกแล้วเจตนา
สั่งจ่ายหลอกให้แก่คนไข้ ทั้งที่รู้ว่าไม่มีตัวยาจริงในการรักษาโรคอาการนี้จะถือว่าเป็นการผิดจริยธรรมหรือไม่?
คำตอบของข้อนี้อาจแสดงออกมาหลายๆแนวความคิด อย่างไรก็ตาม มีกลุ่มแพทย์ได้แสดงความเห็นว่า
ในฐานะแพทย์แล้วเราควรจะเห็นคุณค่าของยาหลอกว่ามีความปลอดภัยมีประสิทธิภาพและราคาถูกควรนำข้อ
ได้เปรียบเหล่านี้มาใช้ประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันให้ได้เต็มที่

เรียบเรียงจากเอกสารอ้างอิง
1. The mysterious placebo effect
2. The Placebo Effect วารสาร Scientific American ฉบับ january 1998
3. The Placebo Effect
http://skepdic.com/piousfraud.htm/piousfraud

 

 

  หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

 ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
แผ่นใสการเรียนการสอน วีดีโอการเรียนการสอน
หน้าแรกในอดีต

 ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

เอกสารการสอน PDF

   การทดลองเสมือน 

บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
พจนานุกรมฟิสิกส์  กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์
ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

 สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

 

 

  แบบฝึกหัดกลาง 

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

 แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป 

 อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
คำศัพท์ประจำสัปดาห์

แบบฝึกหัดออนไลน์

ทดสอบออนไลน์  

  ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์ 

  การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. การวัด 2. เวกเตอร์
3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

12. แสงและการมองเห็น

13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

   การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

1. จลศาสตร์ ( kinematic)

   2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

 

กลับเข้าหน้าแรกวีดีโอการศึกษา

 

กลับหน้าแรกฟิสิกส์ราชมงคล

 

ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

 

วีดีโอการเรียนการสอน