การผสมสารสี และแสงสี  ฟิสิกส์ราชมงคล

    



 

 

มีอยู่ครับคุณสมศรี   ย้อนหลังไปปี ค.ศ.  1670  นักดาราศาสตร์ชาวเดนมาร์กชื่อ  โอลาฟ โรเมอร์  ( olaf   Rormer)  ได้ใช้ข้อมูลจากที่กาลิเลโอค้นพบดวงจันทร์ที่เป็นบริวารของดาวพฤหัส ดวง  โดยโรเมอร์วัดคาบเวลาที่ดวงจันทร์ดวงหนึ่งที่โคจรรอบดาวพฤหัส  ปรากฏว่าคาบของดวงจันทร์ มีค่าต่างไปจากค่าที่วัดได้อีกหลายเดือนต่อมา


 

ภาพเงาของดวงจันทร์ IO  บนดาวพฤหัส ถ่ายด้วยกล้องโทรทัศน์ฮับเบิล
 

 

 


 

น่าแปลกใจมากค่ะ  

 


 

แต่ท่านโรเมอร์แปลกใจกว่าคุณสมศรีเสียอีก  เพราะว่าในตอนนั้นไม่มีนักวิทยาศาสตร์ท่านใดตอบคำถามว่า ทำไมคาบเวลาของดวงจันทร์ดวงเดียวกัน แต่วัดคนละเวลาจึงไม่เท่ากัน   โรเมอร์สังเกตว่า  ถ้าโลกอยู่ใกล้ดาวพฤหัส  วัดคาบเวลาได้สั้น  แต่ถ้าอยู่ไกล  วัดคาบเวลาได้ยาว


 

และไปเกี่ยวข้องกับความเร็วแสงได้อย่างไรค่ะ

 


 

เกี่ยวกันอย่างแน่นอนครับ  เพราะแสงต้องใช้เวลาการเดินทางจากดาวพฤหัสมายังโลก  ภาพที่เราเห็นจากกล้องโทรทัศน์คือภาพที่เกิดจากแสงใช้เวลาการเดินทางเป็นเวลากว่าชั่วโมง
 

 

ดิฉันจะลองอธิบายให้ท่านรองฟังนะค่ะ  วิธีวัดของโรเมอร์อาศัยเวลาที่โลกโคจรใกล้กับดาวพฤหัส  และจับคาบเวลาที่ดวงจันทร์โคจรรอบดาวพฤหัสครบ  รอบ  ครั้งแรกเขาวัดได้  42.5  ชั่วโมง  รอเวลาอีก เดือนเป็นเวลาที่โลกโคจรไกลจากดาวพฤหัสมาก  ปรากฎว่าวัดคาบเวลาได้มากกว่าครั้งแรกถึง  1000 วินาที


 

ยอดเยี่ยมมากครับคุณสมศรี  โรเมอร์สรุปได้ว่า  เพราะแสงต้องใช้เวลาในการเดินทางมากกว่าในตอนแรก  และระยะทางที่มากขึ้นนี้คือระยะทางของเส้นผ่าศูนย์กลางวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์นั่นเอง

ในสมัยนั้นขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางวงโคจรของโลกรอบดวงอาทิตย์วัดได้เท่ากับ  172,000,000  ไมล์   ดังนั้นเขาสามารถคำนวณอัตราเร็วของแสงได้เท่ากับ  172,000  ไมล์ต่อวินาที    อย่างไรก็ตามค่าที่คำนวณได้ยังน้อยกว่าค่าอัตราเร็วของแสงที่วัดได้ในปัจจุบัน คือ  186,000  ไมล์ต่อวินาที  หรือ   300,000  กิโลเมตรต่อวินาที
 

 

หน้าก่อน    หน้าถัดไป

 

  1. วิธีของกาลิเลโอ

  2. วิธีของโรเมอร์

  3. วิธีของฟูโซ

  4. วิธีของไมเคิลสัน


 


ของ  อาจารย์ ช่วง ทมชิตชงค์

รศ.  เพลินจิต  ทมชิตชงค์

น.พ.  ประกิตเผ่า  ทมชิตชงค์

น.พ.  ประกิตพันธุ์  ทมชิตชงค์


ครั้งที่

เซ็นสมุดเยี่ยม

เรื่องการทดลองเสมือนจริง