หน้าแรกของฟิสิกส์ราชมงคล

 

หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์)

ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2

กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์

เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1

ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c

ฟิสิกส์พิศวง

สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

ทดสอบออนไลน์

วีดีโอการเรียนการสอน

แผ่นใสการเรียนการสอน

หน้าแรกในอดีต

ภาพประจำสัปดาห์   

คิดค้นหลอดไฟ

ในทศวรรษ 1870 บ้านเรือนที่มีฐานะจะมีโคมแก๊สจุดส่องสว่าง ที่เหลือจะใช้เทียนไข ตะเกียงน้ำมัน หรือไม่ก็เข้านอนตอนพลบค่ำ ไฟฟ้าส่องสว่างมีเพียงไฟอาร์ก ซึ่งได้จากประกาไฟซึ่งกระโดดข้ามซึ่งขั้วคาร์บอนมาจ่อเกือบชิดกัน แท่งคาร์บอนใช้งานได้เพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็ต้องเปลี่ยนแท่งใหม่ แสงไฟอาร์กเจิดจ้าบาดตาจนมองด้วยตาเปล่าไม่ได้
เอดิสันไปเยี่ยมชมงานแสดงไฟอาร์กของวิลเลี่ยม วอลเลซเกิดความคิดขึ้นมาว่าต้อง คิดค้น"หลอดไฟเรืองระเรื่อนุ่มสวยสบายตา ปลอดภัยไนการใช้งาน"สิ่งประดิษฐ์อันดับถัดไป ยิ่งกว่านั้นเอดิสันยังวาดฝันไปไกลถึงการตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเดินสายจ่ายไฟฟ้าไปยังบ้านเรือน เหมือนเช่นเครือข่าย

โทมัส อัลวา เอดิสัน

   ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 1847 ในเมืองมิลาน รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา โทมัส แอลวา เอดิสัน ลืมตาขึ้นดูโลกในบ้านหลังเล็กๆริมทะเลสาบอีรี แซมมวลบิดาของเอดิสันประกอบธุรกิจค้าไม้ แซมมวลกับแนนซี่มีบุตรธิดา 7 คน สามคนในจำนวนนี้เสียชีวิตตั้งแต่เป็นทารก ในตอนที่โทมัสถือกำเนิดขึ้นมา พี่ชายพี่สาวของเขาล้วนเติบใหญ่เป็นวัยรุ่นกันหมดแล้ว
   ในปี 1854 โทมัสอายุได้ 7 ขวบ ครอบครัวเอดิสันย้ายไปพอร์ตฮิวรอนเมืองใหญ่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐมิชิแกน ปลายติ่งของตอนใต้ทะเลสาบฮิวรอน ธุรกิจค้าไม้ของบิดาล้มเหลว ครอบครัวของเอดิสันยากจนข้นแค้น ทอมัสล้มป่วยเป็นไข้ดำแดง ซึ่งส่งผลให้เขาเป็นคนหูตึง ในปีต่อมา โทมัสเข้าโรงเรียนซึ่งเป็นปีเดียวของการศึกษาอย่างเป็นทางการในชีวิต! โทมัสเป็นด็กซุกซนอยากรู้อยากเห็นเป็นที่สุด และนิยมเล่นตลกกลั่นแกล้งผู้อื่น เมื่อบวกกับอาการหูตึงก็ถูกไล่ออกจากโรงเรียนหลังจากเข้าได้เพียง 3 เดือน ครูผู้สอนให้ความเห็นว่า "โทมัสเป็นเด็กปัญญาอ่อน" แนนซี่ผู้เป็นมารดารับลูกน้อยกลับบ้าน ในยุคนั้นไม่มีใครคิดเลยว่า โทมัส เอดิสัน จะกลายเป็นมหาเศรษฐีใน 22 ปีต่อมา    คลิกอ่านต่อครับ
 
 

ทั่วไป

การทดลองเสมือน

บทความพิเศษ

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์

ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์

สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์

ดาราศาสตร์ราชมงคล

หลอดนีออน

      บทนำ

      หลอดนีออนมีชื่อจริงว่า หลอดฟลูออเรสเซนต์  เห็นได้อยู่ทั่วไป   ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน   โรงเก็บของ  ถนน  ห้างสรรพสินค้า   บ้าน  หรือแม้แต่ห้องน้ำ   ทุกคนรู้จักดีว่า มันให้แสงสีขาวนวล แต่มีสักกี่คนที่รู้จักมันดีกว่านี้

      ฟิสิกส์ราชมงคล   จะเปิดเผยหลักการทำงานของหลอดฟลูออเรสเซนต์  ว่าเป็นอย่างไร มีประสิทธิภาพมากกว่าหลอดไฟมีไส้ แค่ไหน   ในหน้าถัดไป

คลิกครับ

 

วิทยาศาสตร์วาทะ

I have not failed. I've just found 10,000 ways that won't work." - Thomas Alva Edison (1847-1931) American Inventor

        เรื่องน่ารู้ของ โธมัส เอดิสัน... เอดิสันได้เคยพูดเอาไว้ครั้งหนึ่งว่า...อาการหูหนวกของเขาคือพรวิเศษ เพราะมันช่วยให้เขาพ้นจากความยุ่งยากลำบากใจเมื่อได้ยินเสียงตำหนิติเตียน ซึ่งเขาไม่เคยสนใจใยดีกับมัน การเป็นคนหูหนวกเหมือนกับเป็นการเพิ่มความสามารถให้กับเขาเพื่อเข้าสู่จุดหมายได้อย่างมีทิศทางถูกต้องขึ้น

       โทมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison)
       เขาเป็นนวัตกรอเมริกันที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ ผลงานตลอดชีวิตของเขาได้รับการจดทะเบียนลิขสิทธิ์กว่า 1,000 รายการ  ยกตัวอย่างเช่น หลอดไฟฟ้า,  ฟิล์ม 35 มม. หรือแม้แต่ เก้าอี้ไฟฟ้า  เอดิสันเป็นมากกว่านักประดิษฐ์ (Inventor) เพราะเอดิสันสามารถนำความคิดใหม่ ๆ มาถ่ายทอดให้ใช้งานได้จริงทั้งทางเทคนิค และ การค้า  ในปี 1920 อาณาจักรธุรกิจองเอดิสันมีมูลค้าสูงถึง 21.6 พันล้านเหรียญสหรัฐ  เอดิสันเข้าใจรรมชาติของนวัตกรรมเป็นอย่างดี
 

       โมริตะ อากิโอะ (Morita Akio)

     ชาวญี่ปุ่นได้รับการยกย่องให้เป็นนวัตกรแนวหน้าของเอเซีย เขามีพื้นฐานเป็นนักฟิสิกส์แต่หันมาเอาดีทางการตลาด เขาเป็นคนมีวิสัยทัศน์ก้าวไกลและเป็นนักขายมือทอง เขาเริ่มธุรกิจกับเพื่อนชื่อ อิบุกิ มาซารุ (Ibuki Masaru) ในห้องเล็ก ๆ ของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งในโตเกียวในปี 1946 โดยตั้งชื่อว่า Tokyo Telecommunications Engineering Corporation เขาเริ่มต้นจากการพยายามสร้างเครื่องบันทึกเสียงแบบแม่เหล็ก (magnetic tape recorder)

       เขาเริ่มต้นตัดกระดาษแผ่นบางยาวด้วยมือและนำไปทาแลคเกอร์ด้วยมือของพวกเขาเองเพราะแผ่นพลาสติกเป็นของหายากในญี่ปุ่นยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง หลังจากที่ลองผิดลองถูกอยู่นานเขาก็ได้ผลิตเทปแคสเซตขึ้นเป็นคนแรกในญี่ปุ่น  อากิโอะเป็นผู้ให้กำเนิดวิทยุ Walkman เพราะเขาสังเกตว่า คนหนุ่มสาวต้องการเสียงดนตรีตลอดเวลา ดังนั้นพวกเขาจึงต้องการวิทยุขนาดเล็กที่สามารถพกพาไปไหนก็ได้  ในขณะที่อิบุกิ เป็นอัจฉะริยะทางด้านเทคนิคซึ่งต่อมาบริษัทของเขาได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น "Sony" บริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าชั้นนำที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง

บททดสอบ

 

แบบฝึกหัดกลาง

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา

แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป

อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี)

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์

เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์

 

สรรหามาฝาก

คำศัพท์ประจำสัปดาห์

ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก

ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

  นักวิทยาศาสตร์เทศ 

 นักวิทยาศาสตร์ไทย

  ดาราศาสตร์พิศวง 

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์

การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 

แบบฝึกหัดประจำสัปดาห์ 

 

 

เสียงไดโนเสาร์ 75 ล้านปี

      นักวิทยาศาสตร์ประสบความสำเร็จในการสังเคราะห์เสียงไดโนเสาร์ที่สูญพันธุ์ไปเมื่อ 75 ล้านปีมาแล้วโดยศึกษาจากโครงสร้างของกระดูกศีรษะและใช้ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ช่วยแก้ปัญหาด้านการคำนวณ

ภาพวาดของพาราซอโรโลฟัสหรือไดโนเสาร์ปากเป็ดที่จินตนาการจากซากดึกดำบรรพ์

      ผู้ที่เคยชมภาพยนตร์เรื่องจูราสสิกพาร์ค (Jurassic Park) หรือเรื่องเดอะลอสต์เวิลด์ (The Lost World) อันเป็นภาพยนตร์เรื่องยิ่งใหญ่เกี่ยวกับไดโนเสาร์ของสตีเวน สปีลเบิร์กคงยังจำความตื่นตาตื่นใจกับไดโนเสาร์ (ปลอม) เป็นจำนวนมากที่นำมาเข้าฉากได้ และคงมีหลายคนที่ช่างสงสัยและตั้งคำถามขึ้นมาว่าแล้วมนุษย์ในยุคปัจจุบันทราบได้อย่างไรว่าไดโนเสาร์พันธุ์ต่างๆที่สูญพันธุ์ไปจากโลกนี้นับสิบนับร้อยล้านปีมาแล้วนี้มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร?   คลิกอ่านต่อครับ

แสงมืด

(Black lights)

      บทนำ

      หลอดแบคไลท์  (Black lights)    มองธรรมดามีลักษณะเหมือนกับหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์  หรือหลอดไฟมีไส้   แต่หน้าที่ของมันมีความแตกต่างกัน   เมื่อคุณเปิดสวิทซ์  คุณจะไม่ได้เห็นแสง  แต่ถ้าคุณไปเปิดในที่มืด สิ่งของบางอย่างจะสว่างขึ้น หรือแม้แต่เสื้อสีขาวของคุณก็จะสว่างขึ้น ขณะที่หลอดแบคไลท์ให้แสงสีม่วงจางๆเท่านั้น

      หลอดแบคไลท์มีให้เห็นอยู่ทั่วไป   เช่น ไนท์คลับ   สวนสนุก  และห้องนอน  ที่บางคนชอบแสงแบบนี้เพราะลึกลับดี   มันคืออะไร  และทำไมถึงสามารถสว่างในที่มืดได้

    ฟิสิกส์ราชมงคลจะเปิดเผยความลี้ลับนี้  โดยอธิบายด้วยพื้นฐานความรู้ทางฟิสิกส์  และจะบอกเล่าการประยุกต์ให้ท่านได้ทราบในหน้าถัดไป  คลิกครับ

บทนำ

      ก่อนที่จะมีการประดิษฐ์หลอดไฟ   เราได้แสงสว่างจากดวงอาทิตย์   กองไฟ   ตะเกียง   และเปลวเทียน   แต่แสงสว่างจากสิ่งเหล่านี้ เป็นอันตรายอยู่เหมือนกัน ถ้าเราไปใช้ในห้องที่ปิดมิดชิด  และยังทำให้เกิดควันและกลิ่นที่น่ารำคาญอีกด้วย

      เมื่อวิทยาศาสตร์ทางไฟฟ้า  เริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ.  1800   นักประดิษฐ์หลายท่านได้สร้างผลิตภัณฑ์ที่ใช้ประโยชน์จากไฟฟ้าขึ้นมาอย่างมากมาย   หนึ่งในจำนวนนั้นคือ  นาย โทมัส เอดิสัน  ท่านได้ประดิษฐ์หลอดไฟขึ้นในปี ค.ศ.  1879  ภายในเวลาเพียง 25  ปี   หลอดไฟของท่านถูกนำไปใช้ในสถานที่ต่างๆเกือบทุกตำแหน่งของโลก   สิ่งนี้คือเทคโนโลยีที่นำโลกออกจากความมืดมิด

      พื้นฐานทางฟิสิกส์ของหลอดไฟนั้นแสนจะธรรมดา  แต่การพัฒนาอย่างต่อเนื่องนั้น เป็นความมหัศจรรย์   หลอดไฟสมัยใหม่แทบจะไม่เหมือนกับหลอดไฟของท่านเอดิสัน   ฟิสิกส์ราชมงคล  จะเปิดเผยความลี้ลับว่า หลอดไฟมันเปล่งแสงออกมาได้อย่างไร   ในหน้าถัดไป

คลิกครับ

วัยเด็กคนดังของโลก : "เอดิสัน ถูกหาว่าเป็นเด็กปัญญาอ่อน"

      หลังจากตรวจดูศีรษะของเอดิสันแล้ว หมอบอกกับครูว่า "ศีรษะของเด็กคนนี้เบี้ยวผิดปรกติ เซลล์สมองก็คงผิดปรกติด้วย" ครูนำผลการตรวจของหมอไปแจ้งให้พ่อแม่ของเอดิสันทราบ แต่แม่ของท่านไม่เชื่อว่า เอดิสันเป็นเด็กปัญญาอ่อน จึงนำท่านออกจากโรงเรียนมาสอนเองที่บ้าน หลังจากเข้าเรียนในโรงเรียนได้เพียง ๓ เดือนเท่านั้น
       
       เหตุผลที่เอดิสันมีผลการเรียนไม่ดี มิใช่เพราะท่านชอบเล่นซุกซน ไม่ชอบเรียน แต่เพราะตั้งแต่เป็นเด็กเล็กๆ ท่านมักตั้งคำถาม ทำไม? เพราะอะไร? กับสิ่งที่ท่านไม่เข้าใจอยู่เสมอ หากไม่ได้รับคำตอบเป็นที่พอใจ ท่านก็จะเฝ้าเซ้าซี้ถามคนอื่น หรือครุ่นคิดหาคำตอบไม่ยอมเลิกรา อย่างเช่น ท่านถามพ่อว่า "สิ่งที่อยู่ห่างไกล ทำไมจึงดูมีขนาดเล็กครับ?" พ่อก็ไม่เข้าใจ ได้แต่ตอบว่า "สิ่งของอยู่ห่างไกลจะเห็นมีขนาดเล็ก หากอยู่ใกล้จะเห็นมีขนาดใหญ่ขึ้น" ท่านฟังแล้วไม่เข้าใจอยู่ดี จึงถามต่อว่า "แล้วของอยู่ใกล้ทำไมจึงดูมีขนาดใหญ่ขึ้นครับ?" พ่อถึงกับจนด้วยเกล้า ได้แต่ตอบว่า "ไม่รู้จ้ะลูก" เอดิสันก็ยังตื๊อถามต่อว่า "ไม่รู้? ทำไมไม่รู้ครับ?"  อ่านต่อครับ

 

      ด้วยความเป็นคนที่มีความสนใจในวิทยาศาสตร์ เขาก็เริ่มทดลองตำราที่ได้อ่านดูซึ่งปกติแล้ว เขามีนิสัยช่างซักถามจนกลายเป็นว่าเขาชอบค้นหา ความจริงจากสิ่งต่างๆ โดยการทดลองด้วยตัวเอง ตั้งแต่อายุเพียง 10 ขวบ ในการทดลองกกไข่ห่านว่า เขาสามารถกกไข่ห่านได้หรือไม่ พออายุได้ 12 ขวบ ขายหนังสือพิมพ์และผลไม้ สายรถไฟเดทรอย - ปอร์ตฮิวรอน (Port Huron Detroit)

      เพื่อนำเงิน ไปซื้อเครื่องใช้ในการทดลองวิทยาศาสตร์ โดยในไม่ช้าการค้นคว้าของเขาก็เจริญก้าวหน้าออกไป จนเขามาร้านขายของเบ็ดเตล็ดเป็นของตัวเอง จนขยายออกไปเป็น 2 ร้าน ซึ่งระยะนั้นเขาเริ่มโตเป็นหนุ่มด้วยวัย 15 ปี เอดิสันได้ซื้อเครื่องพิมพ์ เพื่อออกพิมพ์หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ ฉบับหนึ่งชื่อว่า วีคลี เฮราลด์ (Grand Trank Herald) ซึ่งทำรายได้ ให้เขาเดือนละ 45 ดอลลาร์ โดยภายใน 4 ปี เขาสามารถเก็บเงินได้ 2,000 ดอลลาร์

       สำนักพิมพ์ของเขาเป็นตู้รถไฟเก่าๆ ซึ่งจอดทิ้งไว้ นอกจากจะเป็นสำนักพิมพ์แล้วยังมีเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์อื่นๆ รวมอยู่ด้วย แต่ความฝันของเขาต้องพังพินาศลง เมื่อวันหนึ่งขณะที่เขากำลังทดลองเคมีภายในตู้รถไฟ ก็เกิดการระเบิดขึ้น ทำให้ไฟลุกไหม้ตู้รถไฟ เขาจึงถูกพนักงานดูแลรถไฟขับไล่ โดยจับกระชากเขาและอุปกรณ์ของเขาออกจากตู้จนหมด ซึ่งบางแห่งก็กล่าวถึงสาเหตุที่เขาต้องหูหนวก เพราะถูกตบแก้วหูจนบอด และบางแห่งก็บอกว่าเครื่องเคมีระเบิด จึงทำให้เกิดเสียงดังจนแก้วหูของเขาแตก แต่อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาเขาต้องหูหนวก ตลอดไป    คลิกอ่านต่อครับ

โดย http://www.pakxe.com/

 


ไม่มีทางพลาดเป้า

        มีเรื่องราวกล่าวขานมากมายเกี่ยวกับ โธมัส อัลวา เอดิสัน (Thomas Alva Edison  ค.ศ. 1847-1931) นักประดิษฐ์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวอเมริกัน ซึ่งก็ไม่ผิดความจริงนักหลายคนมองว่าเขาเหมือนศาสตราจารย์แก่ ๆ ใส่ชุดสูทยับ ๆ ทรงผมยุ่ง ๆ แลดูไม่มีพิษมีภัย แท้จริงแล้วเอดิสันเป็นคนหมกมุ่นอยู่กับงาน บางครั้งก็แล้งน้ำใจและหลงตัวเองจนอาจดูหยาบคายอย่างค่อนข้างโหดร้าย ครั้งหนึ่งมีคนยื่นกระโถนให้เขาบ้วนเสมหะ เขาตอบปฏิเสธ แล้วบอกว่าจะใช้พื้น เพราะบ้วนอย่างไรก็ไม่มีทางพลาด

        อีกเรื่องหนึ่งที่เชื่อกันมานานว่า เอดิสันคือผู้คิดค้นหลอดไฟแบบไส้ แท้จริงแล้วมีคนมากมายที่เคยสร้างหลอดไฟแบบไส้มาก่อนเอดิสัน บางคนอาจคิดค้นมานานถึง 30 ปีก่อนหน้าเขา แต่หลอดไฟเหล่านั้นยังใช้งานไม่ได้ สิ่งที่เขาทำสำเร็จคือ การประดิษฐ์หลอดไฟที่สามารถใช้งานได้จริง

ภรรยาคนที่สองของเอดิสัน

คลิกอ่านต่อครับ


 

อัจฉริยะที่โลกลืม I ...

 

เทสล่ากับห้องทดลองในโคราโด

       เชื่อได้เลยว่ามีน้อยคนนักที่จะรู้จักว่านิโคลา เทสลาคือใครมาจากไหน และมีความสำคัญอย่างไรต่อมนุษยชาติ สิ่งหนึ่งที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมานั้นได้กลายเป็นที่จำเป็นที่สุดในการใช้ชีวิตของคนปัจจุบัน ถูกต้องครับมันคือกระแสไฟฟ้าสลับ ย้อนไปครั้งสมัยที่นิโคลา เทสลายังเรียนอยู่มีสถาบันเกรส โพลีเทคนิค( Graz Polytechnic Institute ) เขาเชื่อว่ากระแสไฟฟ้าตรงที่ใช้กันอยู่ในสมัยนั้นยังไม่ดีพอที่จะนำมาใช้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องมีการจ่ายกระแสไฟให้กับคนที่อยู่ห่างไกลจากโรงไฟฟ้า เขาคิดว่ากระแสไฟฟ้าสลับนั้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าไฟฟ้ากระแสตรงเป็นอย่างมาก แต่ตอนนั้นเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะสร้างกระแสไฟฟ้าสลับได้อย่างไร เพราะมันเป็นเพียงแค่แนวความคิดของเขา ก็เหมือนกับคนอื่นๆที่มีความคิดแหวกแนวไปจากคนกลุ่มใหญ่ นิโคลาก็ได้รับความเย้ยหยันเป็นรางวัลและเขาต้องลาออกกลางคันทั้งที่เพิ่งจะเรียนแค่ปี 2 เนื่องจากพ่อของเขาเสียชีวิต ทำให้ขาดคนส่งเสียค่าเล่าเรียนแต่นิโคลาก็ยังคงเก็บความฝันที่จะสร้างเครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้าสลับไว้กับเขา จนกระทั่งวันหนึ่งเขาเกิดล้มป่วยอย่างหนักถึงขั้นเป็นตายเท่ากัน ระหว่างที่นอนรอให้ยมฑูตมารับวิญญาณอยู่นั้น เขาก็เกิดนิมิตพบวิธีการสร้างกระแสไฟฟ้าสลับ เขารู้ได้ทันทีว่าสิ่งที่แวบเข้ามาในสมองของเขา นั้นสามารถทำได้จริง ๆ โดยไม่ต้องมีการทดสอบ ฟังดูอาจเหมือนนิยายหลอกเด็ก แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นิโคลาเกิดนิมิตและดูเหมือนว่าชีวิตเขาเกี่ยวข้องกับสิ่งประหลาด ๆ ตั้งแต่เขาเกิด เมื่อนิโคลาหายเป็นปรกติเขาก็เฝ้าหาโอกาสที่จะสร้างเครื่องกำเนิดกระแสไฟฟ้าตามจินตนาการของเขา จนกระทั่งเขาได้มีโอกาสทำงานในบริษัทคอนติเนนทัล เอดิสัน ( Continental Edison Company ) ในกรุงปารีสเมื่อปี ค.ศ. 1882 สองปีต่อมาเขาเข้าพบโทมัส อัลวา เอดิสัน ( Thomas Alva Edison ) เจ้าของโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าแห่งแรกของโลกในนครนิวยอร์ก นิโคลา ได้เสนอแนวการสร้างกระแสไฟฟ้าสลับ แต่โทมัสก็ไม่เชื่อน้ำยานิโคลา ว่าจะทำมันขึ้นมาได้จริงๆ นิโคลาก็เลยยื่นข้อเสนอให้กับโทมัสว่า เขาจะสร้างเครื่องปั่นไฟกระแสตรงที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเครื่องที่มีอยู่ในปัจจุบันให้กับโทมัสภายใน 2 เดือน แต่โทมัสไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไรก็เลยบอกไปว่าถ้านิโคลาทำได้จริงละก็ เขาจะให้เงินรางวัล 5,000 ดอลลาร์ แล้วนิโคลาก็ทำได้จริง ๆ แต่เขาไม่ได้รับเงินรางวัลตามสัญญาเพราะโทมัสบอกว่าเขาพูดเล่น ด้วยความแค้นนิโคลาก็เลยลาออกจากบริษัท คอนติเนนตัล เอดิสัน นิโคลาได้ร่วมกับนักลงทุนเปิดโรงงานผลิตหลอดไฟฟ้าชื่อ บริษัท เทสลาอิเลคทริค( Tesla Electric Company ) เพื่อเป็นบันไดก้าวไปสู่การสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าสลับ แต่เมื่อบรรดานายทุนทราบเรื่องเข้า ก็ไม่เห็นด้วยพร้อมกับไล่เขาออกจากบริษัทที่มีชื่อของเขาเป็นชื่อบริษัท ความบาดหมางที่เกิดขึ้นทำให้ราคาหุ้นในตลาดของบริษัทตกและล้มละลายในที่สุด นิโคลาต้องตกอับถึงขั้นทำงานเป็นกรรมกรมีรายได้แค่วันละหนึ่งดอลลาร์ เขาต้องพบกับความผิดหวังในชีวิตจนถึงขั้นวางแผนที่จะฆ่าตัวตายในคืนวันคล้ายวันเกิดปีที่ 30 ของเขา โชคยังดีที่ก่อนจะถึงวันนั้น เอ เค บราวน์ ( A. K. Brown ) จากเวสเทิร์นยูเนียน ได้ยินเรื่องราวของนิโคลา ด้วยความเสียดายความเฉลียวฉลาดของนิโคลา เขาจึงรีบมาหาและยื่นข้อเสนอให้ห้องทดลองส่วนตัวกับนิโคลา และยิ่งไปกว่านั้น เอเค ยังสนับสนุนให้นิโคลา สร้างเครื่องกำเนิดไฟฟ้ากระแสสลับอีกด้วย จาก : ซีทรอว์ มิแรน - , นักวิทยาศาสตร์   อ่านประวัติของท่านได้ที่นี่คลิกครับ

 


 

ทดลองเปิดหลอดฟลูออเรสเซนต์ด้วยตนเอง

 

 ในรูปภาพกดสวิทซ์ได้ครับ

ใครสามารถอธิบายหลักทำงานได้บ้าง  ถ้าไม่ได้  คลิกครับ


 

การทดลองเสมือน

 

หลอดไฟ

 

 

    จากภาพการทดลองดังกล่าว หลอดไฟฟ้า 2 หลอดคือหลอด A และหลอด B ต่ออนุกรมกับเครื่องจ่ายไฟ 20 V ดังรูป เมื่อเราเปลี่ยนค่าความต้านทานของหลอดไฟ A และหลอดไฟ B จะได้ภาพของหลอดไฟที่มีความสว่างแตกต่างกันออกไป ซึ่งหาได้จากสูตร P = E 2 / R  กดเข้าไปทดลองครับ

 

นำมาจาก  หมวดวิชาวิทยาศาสตร์ โรงเรียนเซนต์ดอมินิก   ฟิสิกส์ราชมงคล ขอบคุณครับ


  • การทดลองเสมือน

     

    นำหลอดฟลูออเรสเซนต์มาต่อเข้ากับส่วนอื่นดังรูป เราสามารถทำให้หลอดฟลูออเรสเซนต์ติดและสว่างปกติได้ โดยทำตามข้อใดข้อเดียวดังนี้

  • สับสวิตช์ S1 ลงอันเดียว

  • สับสวิตช์ S1 และ S2 ลงพร้อมกัน

  • สับสวิตช์ S1 และ S2 ลงพร้อมกัน ต่อมาสักครู่จึงยก S2 ออกให้อยู่ในสภาวะเดิม

  • สับสวิตช์ S1 และ S2 ลงพร้อมกัน ต่อมาสักครู่จึงยก S1 ออกให้อยู่ในสภาวะเดิม

     

    คลิกเข้าสู่การทดลอง


     

     

     

     

     

    หลอดไฟคว่ำหรือหงาย

         เคยทราบกันหรือไม่ว่าหลอดไฟที่เราใช้ ๆ กันอยู่นั้นไม่ได้เหมือนกันซะทั้งหมด บางชนิดระบุอยู่ข้างกล่องให้ใช้งานโดยให้ ฐานหลอดอยู่ด้านล่าง บ้างก็ระบุให้ ฐานหลอดอยู่ด้านบน หลอดไฟทั้งสองชนิดได้รับการยืนยันจากผู้ผลิตหลอดไฟฟ้ารายใหญ่สองรายว่า ไม่เคยพบสาเหตุเพลิงไหม้จากการใช้หลอดไฟฟ้า ผิดทิศทางกับที่ผู้ผลิตระบุอย่างไรก็ตาม มันยังมีปัญหาอื่น ๆ ให้คุณต้องใส่ใจ

         บรรดาหลอดไฟที่คุณซื้อจากห้างหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปล้วนเป็นแบบ ทุกทิศทาง ซึ่งไม่มีการระบุให้ฐานอยู่ด้านล่างหรือด้านบน แต่สำหรับหลอดไฟสำหรับตกแต่งนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง บนกล่องจะมีการระบุข้อมูลเช่น ห้ามใช้งานในลักษณะที่ฐานหลอดอยู่ด้านบน

         หลอดไฟที่ออกแบบมาสำหรับฐานด้านบนสามารถใช้งานกับฐานด้านล่างได้ แต่สำหรับชนิดที่ระบุให้ฐานอยู่ด้านล่าง หากนำไปติดต้องกับฐานด้านบน จะทำให้เกิดการสะสมความร้อนรอบ ๆ ฐานของหลอดไฟ ส่งผลให้อายุการใช้งานของหลอดต่ำลง และยังทำให้ขั้วของหลอดไฟไม่จับกับเกลียวอีกด้วย เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนหลอด เกลียวนั้นก็จะหลุดติดอยู่กับฐานหลอดไฟ การแก้ไขก็ให้สับสะพานไฟ แล้วใช้คีมปากจิ้งจกค่อย ๆ บิดออก

         ที่น่าสนใจก็คือ บรรดาหลอดตะเกียบประหยัดไฟทั้งหลายนั้น ส่วนใหญ่ไม่เหมาะกับการใช้งานในแบบฐานด้านบน เนื่องจากหลอดเหล่านี้จะมีแผงวงจนไฟฟ้าขนาดเล็กที่โคนหลอดเหล่านี้จะมีแผงวงจรไฟฟ้าขนาดเล็กที่โคนหลอด แผงวงจรเหล่านี้อาจเสียหาย

    จาก Popular  mechanics  กุมภาพันธ์ 2005

     


     

    แสงแรกในสยาม

    รูปแสดงแสงซินโครตรอนจาก bending magnet ของวงแหวนกักเก็บอิเล็กตรอน

    เที่ยงวันศุกร์ที่ 23 พฤศจิกายน 2544 ทีมนักฟิสิกส์และวิศวกรของศูนย์ปฏิบัติการวิจัยเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนแห่งชาติ ได้ประสบความสำเร็จในการเร่งอิเล็กตรอนขึ้นถึงพลังงาน 1 GeV (หนึ่งพันล้านอิเล็กตรอนโวลต์ หรือเทียบเท่าความเร็วอิเล็กตรอน ประมาณ 0.999999 เท่าของความเร็วแสง) และเห็นแสงซินโครตรอนซึ่งถูกปลดปล่อยจากอิเล็กตรอนพลังงานสูง ขณะเลี้ยวโค้งในสนามแม่เหล็กของ bending magnet ใน booster synchrotron


    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า

    หลอด LED

        LED ย่อจาก  Light  emiiting diodes  มีให้เห็นได้ทั่วไปในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์  บางครั้งคุณเห็นได้ในนาฬิกาดิจิตอล   รีโมทคอนโทล  หน้าปัดอุปกรณ์ไฟฟ้า โทรทัศน์จัมโบ้   หรือแม้แต่ไฟจราจรตามสี่แยกเป็นต้น

    หลอด  LED

        ที่จริงแล้วหลอด  LED  คือหลอดไฟขนาดเล็ก  แต่มีหลักการทำงานแตกต่างจากหลอดไฟมีไส้  เพราะว่าไม่มีการเผาไส้หลอด  ด้งนั้น หลอด  LED  จึงไม่เกิดความร้อน  แสงสว่างเกิดขึ้นจากการเคลื่อนของอิเล็กตรอนภายในสารกึ่งตัวนำ  ซึ่งเป็นวัสดุแบบเดียวกับที่ใช้ในการทำทรานซิสเตอร์

         ฟิสิกส์ราชมงคลจะเข้าไปอธิบายพื้นฐาน  และหลักการทำงานของหลอดไฟที่ไม่มีความร้อนนี้ ว่าเป็นอย่างไรในหน้าถัดไป


    วีดีโอการศึกษา

       การค้นคว้าเพื่อหาแสงสว่างจากไฟฟ้า กระทำกันมาตั้งแต่ปี  1830  เพื่อทดแทนตะเกียงน้ำมัน  การพยายามแรกสุด  คือการใช้ไฟฟ้าสปาร์กระหว่างช่องว่างของแท่งคาร์บอน  แท่ง มันเกิดแสงสว่างขึ้นแต่ไม่มากพอ   โทมัสเอดิสัน  ผู้ประดิษฐ์ยิ่งใหญ่ในยุคนั้น  คุยโวว่าเขาสามารถสร้างหลอดไฟได้โดยใช้เวลาไม่กี่เดือน  ขณะทำการทดลองเขาพบว่าเมื่อนำกระแสไฟฟ้าไหลผ่านเส้นคาร์บอน  ทำให้เกิดแสงสว่างขึ้นได้  แต่ทว่ากว่าที่เขาจะสามารถผลิตหลอดไฟฟ้าออกมาใช้งานได้จริง  ต้องใช้เวลาปีกว่า  ในวีดีโอนี้  คุณจะได้เห็น เอดิสัน   หลอดไฟฟ้าของเขา  และผลกระทบที่เกิดจากความสว่าง   คลิกครับ (Windows media 2.5 MB)    

    วีดีโอการศึกษา

    เอดิสัน (Edison)

    ผู้จุดดวงอาทิตย์ดวงใหม่

    เครื่องบันทึกเสียง

          ปี 1877   ที่สวน เมนโล (Menlo park)   รัฐนิวเจอซี่  สหรัฐอเมริกา  นักประดิษฐ์หน่ม  นามว่า เอดิสัน   ได้ทดลองเครื่องบันทึกเสียงเครื่องแรกของโลกให้กับสื่อมวลชนได้เห็น  วันเดียวกันนั้นเขาก็ได้ประกาศว่า เขาจะเป็นคนแรกที่ประดิษฐ์หลอดไฟฟ้าที่สามารถใช้งานได้  คลิกครับ

    หลอดไฟของเอดิสัน

         เอดิสัน  ได้รับฉายาจากสื่อมวลชนว่าเป็นพ่อมดแห่นเมนโล  เมื่อเขาประกาศว่าเขาจะทำหลอดไฟ แทนตะเกียงแบบแก๊ส  บางคนกล่าวว่า เอดิสันนั้นโม้   ขณะเดียวกันในห้องทดลอง  เขากับเพื่อนร่วมงานได้ทดลองงจุดหลอดไฟโดยใช้ไฟฟ้า แต่มันติดเพียงชั่วครู่  และก็ดับ   คลิกครับ

    การทดลองของเขา

         เอดิสันกับเพื่อนร่วมงานได้ทดลองหลอดไฟ  อย่างทรหดอดทน  ปรากฎว่าเปิดได้ไม่เท่าไร  หลอดระเบิดบ้าง แตกบ้าง  และไส้หลอดขาด  ไม่ประสบความสำเร็จเสียที   จนวันหนึ่งมีคนมาสมัครงาน  เขาตอบรับให้เข้าช่วยงานทันที   ซึ่งต่อมาผู้ร่วมงานคนใหม่นี้ได้แนะนำให้ เอดิสันสูบอากาศออกจากหลอดไฟ  และเริ่มต้นทดลองใหม่  คลิกครับ

    ความล้มเหลว

           คนที่ไม่เชื่อถืองานของเอดิสันนั้น  กล่าวว่า งานของเอดิสันนั้นเป็นไปไม่ได้  ไม่มีใครที่สามารถสร้างหลอดไฟฟ้าได้สำเร็จ   เมื่อข่าวดูถูกนี้รู้ไปถึงเอดิสัน  เขาเดือดดาลมาก  และประกาศต่อหน้าคนจำนวนมาก  ว่า เขาจะจุดหลอดไฟฟ้าให้ครบ  2000 ดวงในวันส่งท้ายปีเก่า   อย่างไรก็ตามการทดลองของเขายังไม่ประสบความสำเร็จเลยแม้แต่น้อย  คลิกครับ

     

    ล้มเหลวแต่ไม่ยอมแพ้

        แม้จะดูดอากาศออกมาแล้ว  ไส้หลอดก็ยังไม่สามารถทนกระแสไฟฟ้าได้นาน เอดิสันกับผู้ช่วย จึงต้องค้นหาธาตุที่จะนำมาเป็นไส้หลอดไฟ   เขาทดลองกับวัสดุนับเป็นพันๆชนิด  แม้แต่หางม้า  และหนวดของตัวเอง  ก็ยังนำมาใช้ทดลอง   แต่ล้มเหลวตลอด สื่อมวลชนทราบข่าว ความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า  บางคนเชื่อแล้วว่า เอดิสันโม้  คลิกครับ

     

    หลอดไฟส่งท้ายปีเก่า

          การทดลองที่ล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้พวกเขาท้อใจ เกือบยอมแพ้หลายครั้ง  และยังถูกดูหมิ่นเหยียดหยามจากคนภายนอก   พวกเขาจะทำสำเร็จหรือไม่ก่อนวันส่งท้ายปีเก่า  ดูได้จากวีดีโอชุดนี้ คลิกครับ

     

     

     

    วีดีโอชุดนี้นำมาจาก  วีดีโอ โลกวีรบุรุษ  ตอน โทมัส เอดิสัน  ฟิสิกส์ราชมงคลขอขบคุณครับ

     

    Edison tin foil phonograph 1877

    top of article on tinfoil phonograph
    from Scientific American, Dec. 22, 1877

    tinfoil phonograph
    from Scientific American, Dec. 22, 1877

    1877 tin foil phonograph on display in glass case at Edison NHS

    1877 tin foil phonograph on display in glass case at Edison NHS

    Sketch of Original Phonograph; November 29, 1877
    29.001/55 from Edison NHS

    Original Tin-foil Phonograph; West Orange, NJ
    29.110/13 from Edison NHS

    Original Tin-foil Phonograph; Paris, France
    29.110/16 from Edison NHS

    1879 tin foil phonograph
    from Smithsonian NMAH

     

    Thomas Alva Edison

     

    Thomas A. Edison in his laboratory in New Jersey, 1901

    Credit: Underwood & Underwood, publishers. "The most famous inventor of the age--Thos. A. Edison in his laboratory, East Orange, N.J., U.S.A." 1901. Prints and Photographs Division, Library of Congress.

     

    โปรแกรมเพื่อใช้ในการดูวีดีโอ

    นามสกุล WMV ถ้าดูไม่ได้ให้ดาวโลด  วินโดว์มีเดียเพลย์เยอร์ ดูรุ่นของวินโดว์ด้วยนะครับ     download

    Windows Media Player 9 Series for Windows 98 Second Edition, Me, and 2000 English (ขนาด 14 MB)

    Windows Media Player 9 Series for Windows XP  English  ( ขนาด 10 MB)


    สารบัญกระดานฟิสิกส์ราชมงคล 

    ตะเกียงเจ้าพายุ

          

           ตะเกียงเจ้าพายุมีหลักการทำงานอย่างไร  สนใจคลิกครับ

    คำถาม  หลอดไฟกับตะเกียงเจ้าพายุมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ให้นักศึกษาตอบลงใน

    กระดานฟิสิกส์ราชมงคลใหม่

     

     

    ร่วมแสดงความคิดเห็นโดยการโวต 

    กดคลิกเข้าไปเพื่อโวตครับ

    สมุดพกอิเล็กทรอนิกส์

    เกมออนไลน์คลายเคลียด

    กินไม่ให้เหลือ

    เหินเวหา

    กอล์ฟ

    เต้นตามจังหวะ

    คลิกที่รูปภาพครับ

     

  •   หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

    ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

     ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

    ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
    โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
    ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
    ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
    ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
    หน้าแรกในอดีต

    แผ่นใสการเรียนการสอน

       การทดลองเสมือน 

    บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
    พจนานุกรมฟิสิกส์ 

     ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

    ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

     สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

    การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

      แบบฝึกหัดกลาง 

    แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

     แบบทดสอบ

    ความรู้รอบตัวทั่วไป 

     อะไรเอ่ย ?

    ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

    คดีปริศนา

    ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
    คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

      ความรู้รอบตัว

    การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
    นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
    ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
    การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

      การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

    1. การวัด 2. เวกเตอร์
    3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
    5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
    7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
    9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
    11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
    13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
    15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
    17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

       การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

    1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
    3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
    5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
    7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
    9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
    11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

    12. แสงและการมองเห็น

    13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
    15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

       การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

    1. จลศาสตร์ ( kinematic)

       2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

    3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
    5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
    7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
    9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์   

        

     

    กลับสารบัญหน้าแรกในอดีต

     

    กลับสู่หน้าแรกของโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

     

     

    ครั้งที่

    เซ็นสมุดเยี่ยม

    หน้าแรกในอดีต