|
|
ทฤษฎีที่เกี่ยวกับอะตอมที่เป็นรูปธรรมแรกสุด
คือทฤษฎี อะตอมของดาลตัน
ตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1803
โดยได้กล่าวไว้แต่เพียงว่า
อะตอมคือหน่วยที่เล็กที่สุดของสสาร
สส่วนอะตอมเป็นอย่างไรนั้นได้มีผู้ทดลองและตั้งทฤษฎีในอตนปลายคริสต์ศ๖วรรษที่
19 โดยในปีค.ศ. 1897 เจ.เจ. ทอมป์สัน
นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ
ได้ค้นพบอนุภาคอิเล็กตรอนที่เป็นส่วนประกอบของอะตอมได้เป็นครั้งแรก
ต่อมาในปี ค.ศ. 1905 อัลเบิร์ต
ไอน์สไตน์
นักฟิสิกส์ชาวเยอรมันเชื้อสายยิว
ได้เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพเฉพาะขึ้น
คือสมการ E = MC2 ความหมายของสมการนี้อธิบายได้ว่า
มวลสารและพลังงานมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด
และที่สภาพเหมาะสมมวลสารสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานอันมหาศาลได้
มวลสารเพียงแค่ครึ่งกิโลกรัม
จะให้พลังงานเท่ากับแรงระเบิด
ทีเอ็นที ขนาด 10
ล้านตันเลยทีเดียว
แต่ในสมัยนั้นไม่มีนักวิทยาศาสตร์ยอมรับทฤษฎีดังกล่าว
เพราะเป็นเรื่องที่ล้ำยุคเกินกว่าจะเข้าถึง
และไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า
จะทำให้มวลสารปลดปล่อยพลังงานมหาศาลออกมาได้โดยวิธีใด ต่อมา เออร์เนสต์ รัทเทอร์ฟอร์ด นักฟิสิกส์ชาวอังกฤษ ได้นำผลงานการค้นพบของ ทอมป์สัน ไปค้นคว้าต่อ และเสนอแบบจำลองของอะตอมขึ้นว่า อะตอมประกอบด้วย อิเล็กตรอน ซึ่งมีประจุลบโคจรรอบนิวเคลียสที่มีประจุบวก เหมือนกับดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์นั่นเอง
นิลส์ บอร์ นักฟิสิกส์ชาวเดนมาร์ก กลับไม่ค่อยจะเห็นด้วยนักกับทฤษฎีของ รัทเทอร์ฟอร์ด และได้ทำการค้นคว้าวิจัย และปรับปรุงทฤษฎีของ รัทเทอร์ฟอร์ด ให้สมบรูณ์ขึ้น โดยบอร์ได้ค้นพบว่า อิเล็กตรอน ไม่ได้โคจรรอบนิวเคลียสในลักษณะที่มีวงโคจรเฉพาะตัวเหมือนดาวเคราะห์โคจรรอบดวงอาทิตย์ อย่างที่รัทเทอร์ฟอร์ดเข้าใจ แต่อิเล็กตรอน จะโคจรรอบอิเล็กตรอนอย่างรวดเร็ว และสามารถเปลี่ยนระดับชั้นของวงโคจรได้ ทำให้เกิดเสถียรภาพของระดับพลังงาน
วงการวิทยาศาสตร์ด้านฟิสิกส์เกี่ยวกับอะตอม
รุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว
มีนักฟิสิกส์ทั้งด้านทฤษฎีและนักทดลองหลายคนพยายามที่จะเข้าถึงความลับของอะตอมและนิวเคลียส
จึงนับเป็นย่างก้าวการเริ่มต้นของนิวเคลียส
และภายหลังจากที่ รัทเทอร์ฟอร์ด
ได้ทำการค้นคว้าเกี่ยวกับอะตอมมาหลายปี
รัท เทอร์ฟอร์ด
ก็คิดว่าสามารถเพิ่มโปรตอนเข้าไปในนิวเคลียส
ของธาตุใดธาตุหนึ่งได้
ธาตุนั้นจะต้องเปลี่ยนยเป็นธาตุอื่นก่อน
ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับการเล่นแร่แปรธาตุ
เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าในตอนนั้นว่าแต่เพียงว่า
นิวเคลียสของอะตอมประกอบด้วย
โปรตอนซึ่งมีประจุบวก
ต่างกันตรงที่การเล่นแร่แปรธาตุนั้น
มุ่งเปลี่ยนธาตุหนึ่งให้กลายเป็นอีกธาตุหนึ่ง
โดยมิได้ใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ |
นำมาจาก บ้านจอมยุทธ http://www.baanjomyut.com/
|
|
|
| 1. ไฟฟ้าสถิต | 2. สนามไฟฟ้า |
| 3. ความกว้างของสายฟ้า | 4. ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน |
| 5. ศักย์ไฟฟ้า | 6. กระแสไฟฟ้า |
| 7. สนามแม่เหล็ก | 8.การเหนี่ยวนำ |
| 9. ไฟฟ้ากระแสสลับ | 10. ทรานซิสเตอร์ |
| 11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ |
12. แสงและการมองเห็น |
| 13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ | 14. กลศาสตร์ควอนตัม |
| 15. โครงสร้างของอะตอม | 16. นิวเคลียร์ |
ครั้งที่
การเรียนฟิสิกส์ 2 ผ่านทางอินเตอร์เน็ต