|
|
แหล่งกำเนิดคลื่นเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่ากับความเร็วเสียง v source = v sound (Mach 1 ) จ่อที่กำแพงเสียง
เมื่อแหล่งกำเนิดเสียงเคลื่อนที่ด้วยความเร็วเท่าเสียง (v s = v หรือ Mach 1 ) หน้าคลื่นทางขวาจะถูกอัดกันอยู่ทางด้านหน้า เป็นแนวเส้นโค้ง ทำให้หน้าคลื่นเกิดการแทรกสอดแบบเสริมกัน ความดันของคลื่นเพิ่มขึ้นอย่างมากมาย เรียกว่า คลื่นกระแทก ( shock wave)
|
|||
|
||||
|
ตัวอย่าง การสั่นสะเทือนของใบลำโพงเป็นการเคลื่อนที่แบบซิมเปิลฮาร์โมนิก ดังรูป ถ้าวัดความถี่สูงสุด f = 1.0 kHz และแอมพลิจูด A = 2.0 ´10-4 m จงหาความเร่งสูงสุดของใบลำโพง
แผ่นไดอะแกรมของลำโพงให้ความถี่ของเสียง
1.0
kHz | ||||
|
||||
|
นาฬิกาแบบลูกตุ้ม คุณเคยเห็นนาฬิการุ่นคุณปู่หรือไม่ ที่มีลูกตุ้มแกว่งไปมาอยู่ด้านล่าง และเข็มของนาฬิกาเดินตามจังหวะของการแกว่ง ถ้าคุณไม่กลัวว่านาฬิกาของคุณปู่จะพัง ลองแกะเข้าไปดู ภายในคุณจะได้เห็นสปริง และเกียร์ ดูสลับซับซ้อน อาจจะตกใจว่ามนุษย์นี่หนอสามารถคิดอะไรที่สลับซับซ้อนได้ปานนี้ ฟิสิกส์ราชมงคลจะอธิบายการทำงานของนาฬิกาแบบลูกตุ้มนี้ และเปิดเผยกลไกที่อยู่ภายในให้คุณได้เห็น ว่า มันเป็นอย่างไร |
| 1. ชนิดของคลื่น | |
| ถ้าแบ่งคลื่นตามลักษณะการเคลื่อนที่ของอนุภาคของตัวกลางที่ถูกรบกวนและทิศทางการเคลื่อนที่ของคลื่น สามารถแบ่งคลื่นออก ได้เป็น 2 ชนิด คือ | |
| ก. คลื่นตามขวาง (transverse waves) เป็นคลื่นที่ส่งผ่านไปในตัวกลางแล้วทำให้อนุภาคในตัวกลางเคลื่อนที่ตั้งฉากกับทิศทาง การเคลื่อนที่ของคลื่น เช่นคลื่นตามขวางในเส้นเชือก , คลื่นแสง เป็นต้น ซึ่งจากรูปเป็นคลื่นในเส้นเชือกที่เกิดจากการสะบัด ที่ปลายเชือก อนุภาคในเส้นเชือกจะสั่นขึ้นลงรอบตำแหน่งสมดุลซึ่งจะตั้งฉากกับ ทิศทางของอัตราเร็วของการเคลื่อนที่ของคลื่น (v) | |
|
|
รูปที่ 1 แสดงคลื่นตามขวางในเส้นเชือก |
|
|
โดย ผศ.ปรียา อนุพงษ์องอาจ คลิกอ่านต่อครับ
| 1. ธรรมชาติและความดันของเสียง | ||||
| เสียงเป็นคลื่นความดัน (Pressure Wave) จะต้องอาศัยตัวกลางในการเคลื่อนที่ ดังนั้นจึงสามารถเคลื่อนที่ผ่านอากาศ ของแข็งหรือของเหลว แต่ไม่สามารถเคลื่อนที่ผ่านสูญญากาศได้ | ||||
| คลื่นเสียงเป็นคลื่นตามยาวเกิดจากการสั่นของวัตถุ ความถี่ของเสียงจะมีค่าเท่ากับความถี่ของแหล่งกำเนิด และในขณะที่มี การสั่น โมเลกุลของตัวกลางจะมีการถ่ายทอดพลังงานทำให้เกิดความดันอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปตามตำแหน่ง ทำให้เกิดเป็นช่วงอัด และ ช่วงขยายโดยที่ช่วงอัดคือบริเวณที่อนุภาคของตัวกลางอัดเข้าหากัน บริเวณนี้มีจะมีความดันสูงสุดโดยเทียบกับความดันที่ตำแหน่ง สมดุลของอนุภาค โดยการขจัดของอนุภาคน้อยที่สุด ส่วนช่วงขยายคือบริเวณที่อนุภาคตัวกลางแยกห่างจากกัน บริเวณนี้มีความดัน ต่ำสุดโดยเทียบกับความดันที่ตำแหน่งสมดุลของอนุภาค การขจัดของอนุภาคมากที่สุด ซึ่งสามารถเขียนเป็นกราฟได้ ดังรูป | ||||
|
||||
หน้า |
โดย ผศ.ปรียา อนุพงษ์องอาจ |
การเคลื่อนที่แบบซิมเปิลฮาร์โมนิค
ข้อสำคัญ การทดลองนี้ต้องใช้โปรแกรมShockwave ถ้าไม่สามารถเห็นภาพได้ต้องดาวโลด Shockwave
การทดลองนี้เป็นการหาความสัมพันธ์ระหว่างคาบ ความเร่งเนื่อง ความยาวของสปริง มวล และค่าคงที่ของสปริง ของการเคลื่อนที่แบบซิมเปิลฮาร์โมนิค ในห้องทดลองนี้เป็นการเคลื่อนที่ของมวลที่ติดกับสปริง และลูกตุ้มติดกับเชือก แบบธรรมดา (Simple) โดยกำหนดให้มุมของการแกว่งมีค่าน้อย ไม่มีแรงเสียดทานของอากาศ ไม่คิดมวลและแรงเสียดทานของสปริง และในห้องทดลองนี้ไม่สามารถเปลี่ยนค่าแอมพลิจูดของการแกว่งได้
เวลาในห้องทดลองเป็นเวลาการแกว่งที่เป็นจริง ถึงแม้เครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณจะมีตัวประมวลผลที่เร็วหรือช้าก็ตาม ถ้าคอมพิวเตอร์ของคุณมีตัวประมวลความเร็วต่ำ ความเร็วในการเคลื่อนที่ของมวลจะปรับเองโดยอัตโนมัติเพื่อให้เป็นเวลาที่แท้จริง ขณะที่ทำการทดลองให้หลีกเลี่ยงการใช้เมาส์
ใบบันทึกผลการทดลอง กดที่รูปภาพหรือที่นี่เพื่อเข้าสู่การทดลอง
การแทรกสอดของคลื่น
การแทรกสอดบนถาดคลื่น
แอ็พเพล็ตนี้แสดงภาพการแทรกสอดของคลื่นจากแหล่งกำเนิด 2 แหล่ง เส้นวงกลมสีขาวคือยอดคลื่น และเส้นวงกลมสีดำแสดงเป็นท้องคลื่น สีฟ้าแสดงการแทรกสอดของคลื่นในลักษณะที่เสริมกัน ซึ่งเส้นนี้แสดงให้เห็นว่า ยอดคลื่นกับยอดคลื่น หรือท้องคลื่นกับท้องคลื่นแทรกสอดกัน และเส้นสีแดงแสดงถึงการแทรกสอดแบบหักล้างกัน ซึ่งเส้นนี้แสดงให้เห็นว่า ยอดคลื่นกับท้องคลื่นกำลังแทรกสอดกัน คุณสามารถเปลี่ยนความยาวคลื่น และระยะห่างระหว่างแหล่งกำเนิดคลื่นได้ โดยใช้ตัวเลื่อน และคุณสามารถเลือกเส้นหนาหรือเส้นบาง ตามความเหมาะสม เพื่อสะดวกกับการมอง หรือจะตัดการกระเพื่อมทิ้งไปก็ได้เช่นเดียวกัน กดเพื่อทำการทดลอง
เสียง
ข้อสำคัญ การทดลองนี้ต้องใช้โปรแกรมShockwave ถ้าไม่สามารถเห็นภาพได้ต้องดาวโลด Shockwave จึงจะสามารถเล่นได้พร้อมทั้งมีเสียงประกอบด้วย
ทฤษฎีเรื่องบีตส์
การเกิดบีตส์ (Beat) เป็นปรากฎการณ์จากการแทรกสอดของคลื่นเสียง 2 ขบวน ที่มีความถี่แตกต่างกันเล็กน้อย และเคลื่อนที่อยู่ในแนวเดียวกันเกิดการรวมคลื่นเป็นคลื่นเดียวกัน ทำให้แอมพลิจูดเปลี่ยนไป เป็นผลทำให้เกิดเสียงดังเสียงค่อยสลับกันไปด้วยความถี่ค่าหนึ่ง กดที่ภาพหรือที่นี่เพื่อเข้าสู่การทดลอง ถ้าทดลองไม่ได้ให้ดาวโลด shockwave player
ค้างคาวเกือกม้าสามารถล่าแมลงที่บินอยู่ในความมืดได้ นักวิจัยเคยปิดตาของค้างคาว ปรากฏว่ามันก็ยังล่าเหยื่อได้ น่าสงสัยไหมว่ามันทำได้อย่างไร ??? อ่านต่อครับ
มีคนเคยกล่าวว่าเทคโนโลยีของเรดาห์มาจากค้างคาว คุณคิดว่าใช่หรือไม่อย่างไร บรรยายทั้งหมดลงใน
แบบฝึกหัดเรื่องคลื่น
ตัวอย่างที่ 1 จากการทดลองหาความสัมพันธ์ระหว่างความถี่ และความยาวคลื่นของคลื่นน้ำ ปรากฏผลดังตาราง จงหาว่า
|
ความถี่ (Hz) |
ความยาวคลื่น (cm) |
| 3.0 | 5 |
| 3.5 | 4 |
| x | 2 |
ก. ความถี่ x มีค่าเท่าใด
ข. อัตราเร็วเฉลี่ยของคลื่นน้ำเป็นเท่าใด
แบบฝึกหัดเรื่องเสียง
ตัวอย่างที่ 1 เรือประมงลำหนึ่งส่งสัญญาณโซนาร์ด้วยความถี่ 10 กิโลเฮิรตซ์ลงในน้ำทะเลเพื่อสำรวจฝูงปลา เรือประมงลำนี้สามารถสำรวจฝูงปลาที่มีขนาดของตัวปลาเท่าใด (กำหนดให้ความเร็วเสียงในน้ำทะเล = 1,530 เมตรต่อวินาที)
ร่วมแสดงความคิดเห็นโดยการโวต กดคลิกเข้าไปเพื่อโวตครับ
| |
ปิงปอง ลองฝึก โต้กับ คอม ดู ใคร จะเก่ง กว่า
กัน |
solitaire เรียงไพ่ตามลำดับ สลับสี เหมือนใน
วินโดว์ |
pacman เกมส์แพคแมน อย่างที่เคยเล่นในอดีต |
ครั้งที่
การเรียนฟิสิกส์ทั่วไปผ่านทางอินเตอร์เน็ต