หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์)

ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

ฟิสิกส์ 2

กลศาสตร์เวกเตอร์

โลหะวิทยาฟิสิกส์

เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1

ฟิสิกส์  2 (บรรยาย)

แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c

ฟิสิกส์พิศวง

สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

ทดสอบออนไลน์

วีดีโอการเรียนการสอน

แผ่นใสการเรียนการสอน

เอกสารการสอน PDF

หน้าแรกในอดีต

ภาพประจำสัปดาห์   

กำเนิดนาฬิกา (Clock)

ดวงอาทิตย์   

        ชีวิตประจำวันของเราเต็มไปด้วยกิจธุระที่ต้องไปโน่นมานี่ ทั้งหมดนี้ล้วนแต่ต้องทำอย่างเที่ยงตรง ชีวิตและวันเวลาของเราจึงต้องถูกการวางแผนและกำหนดเวลาซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยนาฬิกา

           ไม่ปรากฏวันเวลาที่แน่นอนว่า การประดิษฐ์อุปกรณ์บอกเวลาเรือนแรกเกิดขึ้นเมื่อใด แต่จุดกำเนิดของเครื่องบอกเวลานั้นนับย้อนไปได้ถึงห้าหรือหกพันปีก่อน เมื่อมีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ชาวอียิปต์เมื่อ ๓,๕๐๐ ปีก่อนคริสตกาลมีอุปกรณ์บอกเวลาในรูปของแท่งหินสูงสี่เหลี่ยมยอดปิระมิด ซึ่งจะทอดเงาลงบนทรายบอกเวลาที่ผ่านไป ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นก็มีการใช้นาฬิกาแดดด้วย นาฬิกาแดดประกอบด้วยแผ่นโลหะทรงกลมมีส่วนนูนลาดเอียงขึ้นมาจากตรงกลางเมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนไป เงาที่ตกลงบนแผงหน้าปัดจะเป็นตัวบอกเวลา ทุกวันนี้ก็ยังมีการใช้นาฬิกาแดดอยู่บ้าง ในปี ๑,๕๐๐ ก่อนคริสตกาล ชาวอียิปต์ได้ประดิษฐ์นาฬิกาแดดที่พกพาติดตัวขึ้นมา ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของนาฬิกาในปัจจุบัน  อ่านต่อครับ

 
 

ทั่วไป

การทดลองเสมือน

บทความพิเศษ

ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)

พจนานุกรมฟิสิกส์

ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

ธรรมชาติมหัศจรรย์

สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

การทดลองมหัศจรรย์

กิจกรรมการทดลองทางวิทยาศาสตร์

กดที่ ปุ่ม Sound  ท่านจะได้ยินเสียงของนาฬิกา

นาฬิกาแบบลูกตุ้ม

        การแกว่งตัวของลูกตุ้ม  ทำให้แต่ละด้านของตัว  escapement   หนีออกจากเฟือง  ด้านหนึ่งหนีออกอีกด้านหนึ่งจะไปขัดกับเฟืองไว้  สลับไปมาตลอด จึงเรียกชิ้นส่วนนี้ว่า  escapment  เพราะแปลว่า หนีนั่นเอง

       ยกตัวอย่างเช่น   ถ้าลูกตุ้มแกว่งไปทางซ้าย  ดังรูปฟันทางซ้ายจะลอยขึ้นจากเฟือง ส่วนฟันทางขวาจะขัดกับเฟือง  แต่พอลูกตุ้มแกว่งไปทางขวา  ฟันทางขวาจะลอยขึ้นจากเฟือง ส่วนฟันทางซ้ายจะขัดกับเฟืองแทน  สลับไปมาตลอดเวลาที่มีการแกว่ง   เสียงของนาฬิกา  ติ๊ก...ต๊อก....เกิดจากตัวหนีตัวนี้เอง

       ฟิสิกส์ราชมงคลจะอธิบายการทำงานของนาฬิกาแบบลูกตุ้มนี้  และเปิดเผยกลไกที่อยู่ภายในให้คุณได้เห็น  ว่า มันเป็นอย่างไร  อ่านต่อครับ

 

วิทยาศาสตร์วาทะ

 

บททดสอบ

แบบฝึกหัดกลาง

แบบฝึกหัดโลหะวิทยา

แบบทดสอบ

ความรู้รอบตัวทั่วไป

อะไรเอ่ย ?

ทดสอบ(เกมเศรษฐี)

คดีปริศนา

ข้อสอบเอนทรานซ์

เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์

แบบฝึกหัดออนไลน์

 

สรรหามาฝาก

คำศัพท์ประจำสัปดาห์

ความรู้รอบตัว

การประดิษฐ์แของโลก

ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์

  นักวิทยาศาสตร์เทศ 

 นักวิทยาศาสตร์ไทย

  ดาราศาสตร์พิศวง 

สุดยอดสิ่งประดิษฐ์

การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์

การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ

 

แบบฝึกหัดประจำสัปดาห์ 

อี - เมล์จากคุณ Maverick ....

ถาม : ผมเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับนักคิดและวิทยาศาสตร์ที่อาจารย์เขียน ชอบข้อคิดคำคมของใครคนหนึ่ง ที่อาจารย์คัดเลือกมาแปลจับความได้ว่า " หากถามฉันว่า เวลาเท่าไร ฉันตอบได้ แต่ถ้าถามว่า เวลาคืออะไร ฉันไม่รู้ " แล้วจริง ๆ เวลาคืออะไร ? คำจำกัดความเชิงวิทยาศาสตร์ของเวลาเป็นอย่างไรครับ ?

ตอบ : เวลา หรือ Time ...เป็นทั้งเรื่องที่ดูง่าย ๆ เข้าใจง่าย ๆ และก็ยาก ถ้าจะเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของเวลา ดังข้อคิดคำคมของนักคิดในอดีตที่คุณ Maverick จับความมานั่นแหละครับ

สำหรับความหมายของเวลาในทางวิทยาศาสตร์ ก็ไม่มีความหมายหรือคำจำกัดความง่าย ๆ เพียงหนึ่งเดียว ที่เข้าใจและใช้ตรงกันในวงการวิทยาศาสตร์โลกครับ

โดยทั่ว ๆ ไป ความหมายหรือคำจำกัดความหนึ่งของเวลา ในทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้กันบ่อย คือ เวลาเป็นหนึ่งในสี่มิติของ Space - Time (ตำแหน่ง - เวลา ) ที่จำเป็น เพื่อที่จะสามารถระบุการเกิดหรือการดำรงอยู่ของเหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้น ให้เข้าใจได้ตรงกันสำหรับผู้สังเกตทุกคน โดยที่อีกสามมิติของตำแหน่ง คือ กว้าง , ยาว, สูง หรือ x, y, z ส่วนเวลา ก็มักเขียนเป็น t

ตัวอย่างเช่น ถ้าจะระบุเหตุการณ์เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถไฟ ก็ต้องระบุว่า อุบัติเหตุเกิดที่ไหน และ วัน - เวลาอะไร จึงจะเข้าใจได้ตรงกัน

ทว่า ในทางวิทยาศาสตร์ ก็มีการให้คำจำกัดความของเวลาที่เป็นอย่างอื่น แต่จริง ๆ แล้ว ก็มีความหมายลึก ๆ เหมือนกัน เช่น เวลา เป็นมิติหนึ่งที่จำเป็น เพื่อแยกแยะเหตุการณ์สองเหตุการณ์ ซึ่งเกิด ณ ตำแหน่งเดียวกัน แต่ต่างวาระกัน เช่น การเกิดอุบัติเหตุรถยนต์ชนกับรถไฟในตัวอย่างที่แล้ว ถ้าเกิดสองครั้ง ณ ตำแหน่งเดียวกัน แต่ต่างวันและเวลากัน ก็จำเป็นจะต้องระบุมิติของเวลาว่า อุบัติเหตุนั้น เกิดขึ้นครั้งแรก และครั้งที่สอง วัน - เวลาใด จึงจะแยกสองเหตุการณ์นั้นออก

 

 นาฬิกาข้อมืออิเล็กทรอนิกส์

เป็นเวลาหลายพันปีแล้วที่มนุษย์พยายามหาวิธีบันทึกเวลาให้มีความละเอียดถูกต้องแม่นยำยิ่งขึ้น เริ่มต้นจากนาฬิกาแดด นาฬิกาทราย นาฬิกาน้ำ ไปถึงนาฬิกาเทียนไขซึ่งนับเวลาที่เทียนไขเผาไหม้จนหมดแท่ง จนกระทั่งคริสต์ศตวรรษที่ 15 นาฬิกาประเภทกลไกจึงปรากฏขึ้นในแถบยุโรป และก็ได้พัฒนาให้ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังจำกัดอยู่ในกลไกประเภทสปริงคาน และเฟือง

          การพัฒนานาฬิกาครั้งยิ่งใหญ่ที่สุด คือการนำเอาทรานซิสเตอร์และแบตเตอรี่ขนาดเล็กมาพัฒนาเป็นนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ ความละเอียดถูกต้องของนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นอยู่กับส้อมเสียง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่นักดนตรีใช้ในการเทียบเสียงนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์มีความคลาดเคลื่อนเพียงวันละ 2 วินาทีเท่านั้น

รูปที่ ลักษณะทั่วไปของนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์

คลิกอ่านต่อครับ

ภายในของนาฬิกาข้อมือ

 

นาฬิกาอะตอม

         ออกแบบโดย Britain's National Physical Laboratory ในปี ค.ศ. 1955 โดยธาตุ Cesium- 33 จะถูกให้ความร้อน ในเตาควบคุม ทำให้อะตอมที่มีความเร็วสูง วิ่งผ่านแม่เหล็กอะตอม ที่สามารถดูดกลืนพลังงานได้ เมื่อผ่านคลื่น Microwave จะปลดปล่อยพลังงานออกมา ที่ความถี่ 9,192,631,770 รอบต่อวินาที  

แผ่นใสการเรียนการสอน

แผ่นใสแบบ Powerpoint

เรื่อง

ฟิสิกส์ของกาลเวลา

36 แผ่น

 

 

คลิกครับ

 

นาฬิกาเล็กจิ๋ว

      ปัจจุบัน  นาฬิกาที่แม่นยำที่สุดของโลกสามารถใส่ลงไปในไมโครชิพได้แล้ว  ด้วยเทคนิคของจักรกลจุลภาค  ที่หยิบยืมมาจากวงการเซมิคอนดักเตอร์

      นาฬิกาอะตอมขนาดเล็กสุดซึ่งใช้กันอยู่ในปัจจุบัน มีขนาดพอๆกับไพ่หนึ่งสำรับ  พบได้ทั่วไปบนดาวเทียมระบุตำแหน่ง  (GPS)   และในเสาสะท้อนสัญญาณมือถือ  ส่วนนาฬิกาอะตอมที่ผลิตขึ้นด้วยขนาดจุลภาค  ติดตั้งอยู่บนแผ่นยึดที่มีขนาดเท่ากับเมล็ดข้าวเพียงหนึ่งเม็ด  นาฬิกาอะตอมขนาดเล็กสุดนี้  สามารถเพิ่มความแม่นยำให้กับอุปกรณ์รับสัญญาณ  GPS  ทุกชนิด  ทั้งอุปกรณ์นำทางแบบพกพา  จนถึงโทรศัพท์มือถือ  ตามคำบอกเล่าของ จอห์น  คิทชิ่ง  (John  Kitching)   แห่งสถาบันมาตรฐานและเทคโนโลยีแห่งสหรัฐฯ   ในเมืองโบลเดอร์  รัฐโคโลราโด  ซึ่งผลิตนาฬิกาเรือนจิ๋วนี้ขึ้นมา

      คิทชิ่ง  มองว่า   เทคโนโลยีนี้ยังต้องใช้เวลาอีกสองสามปี  ก่อนที่จะเข้าสู่ตลาดของผู้บริโภคทั่วไป   ด้วยราคาประมาณที่  4,000  บาท  ซึ่งถูกกว่านาฬากาชั้นดีถึง 10  เท่าตัว

  คลิกอ่านต่อครับ

 

เวลา

เมื่อเอ่ยถึงเรื่อง เวลา แล้ว ก็ต้องยอมรับว่า เป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตประจำวันของแต่ละคน เพราะเวลาหมุนวนเวียนเปลี่ยนไปตลอดไม่มีวันหยุดนิ่ง ขณะที่สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกอาจจะมีเกิดมีดับหรือมีหยุดบ้างเป็นครั้งคราว แต่เรื่องราวของ เวลา กลับหาเวลาหยุดไม่ได้  เวลามาแล้วก็ผ่านเลยไปไม่หวนคืนกลับมาหาเราอีก ถึงแม้หลายคนจะถวิลหาเวลาที่ผ่านเลยไป แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ไม่ว่าจะเป็นคนรวยคนจนแค่ไหน ล้วนมีความเสมอภาคจากเวลาอย่างเท่าเทียมกัน   อ่านต่อครับ
ปัญหาของ “เวลา” ที่ยังไม่จบ  

คนเราใช้ชีวิตติดอยู่ใต้วังวนของเวลา ทั้งที่กฎเกณฑ์เรื่องเวลานั้น เรากำหนดมันขึ้นมาเองแท้ๆ และเรื่องที่เราสร้างเอง กำลังเป็นปัญหาที่ยังไม่มีข้อยุติง่ายๆ เลย

        โรนัลด์ เบียร์ด นักฟิสิกส์ที่ห้องปฏิบัติการวิจัย แห่งกองทัพเรือสหรัฐฯ ในวอชิงตันดี.ซี. กล่าวว่า “เวลาเป็น พื้นฐานของหลายสิ่งหลายอย่างที่เราทำลงไป ผู้คนใช้เวลาเป็นข้อตกลงในเรื่องต่างๆ แต่เวลาก็เป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้น ไม่ใช่ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ พวกเราเพียงแค่เฝ้ามองเท่านั้น และพวกเราก็คือ ตัวจริงที่ “สร้าง” เวลาขึ้นมา”
        ไม่มีใครรู้ดีไปกว่าเบียร์ด ผู้ซึ่งพยายาม “ล้อมคอก” บรรดาผู้เชี่ยวชาญที่มีสิทธิแสดงความคิดเห็นเพื่อให้ได้ข้อตกลงเกี่ยวกับการกำหนดความหมายของ “เวลา” สิ่งที่บรรดาผู้เชี่ยวชาญถกเถียงกันเกี่ยวกับอนาคตของ “วินาที” ที่เติมเข้าไป (leap second) นั่นก็คือ วินาทีพิเศษที่เพิ่มเข้าไปในนาฬิกาของโลกทุกๆ ปี หรือเพื่อทำให้โครงสร้างของ “ชั่วโมง” และ “นาที” ที่สร้างขึ้นมานี้มีความสอดคล้องกับความยาวที่แท้จริงของระยะเวลา 1 วัน
คลิกอ่านต่อครับ

 

เวลาคืออะไร ?

เวลาคืออะไร? นักวิทยาศาสตร์จะมีความคิดกันว่า เวลาจะสิ้นสุดเมื่อไร? รวมทั้งยังคิดว่าเราสามารถจะย้อนเวลากลับไปหาอดีตกันได้ด้วยการใช้เครื่องจักร ซึ่งตามหลักพุทธศาสนาแล้ว เวลาก็คือการเปลี่ยนแปลงของสิ่งต่างๆ(อนิจจัง) ถ้าสิ่งใดไม่มีการเปลี่ยนแปลง สิ่งนั้นก็อยู่เหนืออำนาจเวลา แต่ถ้าจะถามว่า “เวลาจะสิ้นสุดเมื่อใด?”  คลิกครับ

[ขยายดูภาพใหญ่ ]

เดือนและวันในสัปดาห์

ปฏิทินจูเลียนและปฏิทินเกรกเรียน มีความผิดที่สำคัญมากอยู่สองประการ คือความยาวของเดือนและระเบียบการ ตั้งชื่อไม่สมเหตุผลความผิดนี้ สืบมาจากจูเลียซีซาร์ที่ สั้งให้มีการเปลี่ยนแปลงปฏิทินโรมัน โดยได้เปลี่ยนแปลงการตั้งต้นปีจาก เดือนมีนาคมมาเป็นเดือนมกราคมและสร้าง ระบบง่าย ๆให้เดือนเลขคี่มี ๓๑ วันและเดือนเลขคู่มี ๓๐วันเว้น แต่เดือนที่สองซึ่งต้องมี ๓๐วัน ในปีอธิกสุรทินเท่านั้นส่วนปี อื่นให้มี ๒๙วันนอกจากนี้จู เสียซีซาร์ยังทำให้เกิดความ สับสนในเรื่องชื่อเดือนโดยให้ชื่อ เดือนกรกฎาคม (Quintilis)ตามตัวเขาชื่อ เดือนนี้ตรงกับภาษาอังกฤษว่า July และให้คงใช้ชื่อเดือนกันยายนซึ่งมี ความหมายเป็นเดือนที่เจ็ด (Sextills)เป็น เดือนที่เก้า   คลิกอ่านต่อครับ


แนะนำเรื่อง เล่าให้ฟัง

รายละเอียด

ระบบแบ่งตามเวลา
ปฏิทิน
เดือนและวันในสัปดาห์
ปฏิทินโลก
การบอกตำแหน่งจุด
การวัดหาละติจูด การวัดหาลองจิจูด
ประเภทของเวลา
การวัดหาและบอกเวลา
เวลามาตรฐานแห่งประเทศไทย

       ในปี ค.ศ. 1851 ที่วิหาร์พาเธนอนในกรุงปารีสประเทศฝรั่งเศส นักฟิสิกส์ และนักดาราศาสตร์  โฟวเคาลท์ (Foucault) ได้ทำการทดลองแสดงการหมุนของโลกให้ประชาชนใด้เห็นกันจะๆ

    สำหรับ Jean Bernard Leon Foucault  นั้นเกิดเมือววันที่ 18 สิงหาคม ค.ศ. 1819 แรกเริ่มเดิมทีนั้นอยากเป็นแพทย์ จึงได้สอบเข้าเรียนในคณะแพทย์ศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยปารีส แต่ด้วยดวงชะตาที่จะต้องมาเป็นนักวิทยาศาสตร์ Foucault ได้พบว่าตัวเองนั้นมีอาการของโรค Phobia หรือโรคกลัวเลือด เห็นเลือดไม่ได้ เลยต้องลาออกจากการเป็นนักเรียนแพทย์ แล้วหันมาศึกษาวิทยาศาสตร์แทน เขามีผลงานหลายด้านที่เด่นๆ ได้แก่ เป็นผู้ประดิษฐ์ ไจโรสโคป (gyroscope) และ เป็นผู้ที่ทำการทดลองวัดความเร็วของแสงได้อีกด้วย เขาได้ดัดแปลงการทดลองของเพื่อนร่วมงานคือ Armand Fizeau   โดยสามารถทำการวัดค่าอัตราเร็วของแสงได้เท่ากับ  186,000 ไมล์ต่อชั่วโมง  แต่สำหรับผลงานของเขาที่เราจะพูดถึงกันในตอนนี้ก็คือ การทดลองที่ชื่อว่า Foucault's pendulum ...

    เรื่องมีอยู่ว่าในขณะที่ Foucault กำลังประยุกต์นำลูกตุ้มมาใช้จับเวลาในการศีกษาดาราศาสตร์ เขาได้เกิดความคิดที่จะประยุกต์การแกว่งของลูกตุ้มเพื่อพิสูจน์การหมุนรอบตัวเองของโลก โดยใช้กฎของนิวตันที่ว่าระนาบการแกว่งของลูกตุ้มนั้นจะคงที่เสมอ ดังนั้นถ้าเราวางลูกต้มให้แกว่งอยู่ที่ขั้วโลก เนื่องจากว่าโลกหมุนรอบตัวเอง คนบนพื้นโลกก็จะเห็นระนาบการแกว่งของลูกตุ้มเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อยๆ และจะกลับมายังตำแหน่งเดิมทุกๆ 24 ชั่วโมง

    ทั้งที่ความจริงแล้วระนาบการแกว่งของลูกตุ้มนั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลง แต่เนื่องจากว่าโลกนั้นหมุนรอบตัวเอง จึงทำให้ผู้สังเกตุซึ่งอยู่บนโลกเห็นไปเช่นนั้น ( คล้ายๆกับเราเห็นดวงอาทิตย์หมุนรอบโลก ) อัตราการเปลี่ยนแปลงระนาบของการแกว่งของลูกต้มที่ตำแหน่งต่างๆ ของโลกนั้นไม่เท่ากัน นั้นขึ้นอยู่กับค่าละติจูด (latitude)

   โดยสามารถคำนวณได้จากสูตร  :           

T = 24/sin (theta) 
    เมื่อ T  คือคาบเวลาที่ระนาบการแกว่ง จะวนมายังตำแหน่งเดิม หน่วยเป็นชั่วโมง และ theta  คือค่าละติจูดของตำแหน่งที่อยู่ จะเห็นว่าที่ขั้วโลกเหนือนั้น ระนาบการแกว่งจะเปลี่ยนแปลง และวนกลับมายังตำแหน่งเดิมในเวลา 24 ชั่วโมง (ขั้วโลกมี ละติจูดเท่ากับ 90 องศาเหนือ  และ sin 90 เท่ากับ 1) ในขณะที่บริเวณใกล้เส้นศูนย์สูตรนั้น ระนาบการแกว่งจะไม่เปลี่ยนเลย (เช่นถ้าทำการทดลอง ในประเทศไทยก็แทบจะไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงเลย ว้า...) 

    การทดลองนี้ได้ตั้งชื่อว่า Foucault's pendulum เพื่อเป็นเกียรติ์แก่ Foucault นั้นเอง  จะว่าไปแล้วการทดลองนี้ไม่ใช่เป็นการค้นพบใหม่ เพรานักดาราศาสตร์ได้พิสูจน์การหมุนของโลก ด้วยการสังเกตุดวงดาวบนท้องฟ้าได้ก่อนหน้านั้นแล้ว แต่การทดลองของ Foucault นั้นง่ายแก่การเข้าใจ และสามารถทดลองให้เห็นได้ง่าย ดังที่เขาได้ทดลองให้ประชาชนได้ชมในปี ค.ศ. 1851 นั่นเอง 

จาก http://www.vcharkarn.com/


 

การทดลองเสมือน

 

ท่านรู้จักเวลามากนัอยแค่ไหน

 

ในการทดลองนี้ ให้คุณกดปุ่ม  start  เวลาจะผ่านไป  30  วินาที  เมื่อคุณประมาณได้ว่าครบเวลา  30  วินาทีแล้ว  ให้คุณกดปุ่ม stop  ผลการประมาณจะปรากฎออกมาว่าคุณประมาณได้  ต่ำหรือสูงกว่าความเป็นจริง  ทดลองหลายๆครั้ง  โดยคุณสามารถเลือกเวลาประมาณได้ด้วย  ลองทดลองกดเล่นดูครับ  ว่าคุณรู้จักเวลามากน้อยแค่ไหน  การทดลองนี้ต้องใช้ shockwave  ดาวโลดก่อนครับ

ใบบันทึกผล

เวลาจริง (วินาที) วัดได้จริง(วินาที) สูงหรือต่ำกว่า (วินาที)
5    
10    
20    
30    
60    
120  

คลิกเข้าสู่การทดลองครับ

 

การทดลองเสมือน

 

 

 

เวลาคืออะไร

 

    จนบัดนี้เชื่อว่ายังไม่มีมนุษย์คนใดในโลกนี้  สามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่า  เวลาคืออะไร อย่างไรก็ตามเพื่อให้เราสามารถเข้าใจได้ในระดับหนึ่ง  มนุษย์จึงสร้างกติกา และนิยามเวลาขึ้น  เพื่อใช้เป็นมาตรฐานเข้าใจได้ร่วมกัน  โดยการกำหนดว่า ใน 1 วัน แบ่งออกเป็น  24  ชั่วโมง    และเนื่องจากโลกหมุนรอบตัวเอง จึงไม่ทราบว่า ตรงจุดไหนเป็นจุดเริ่มต้นและตรงจุดไหนเป็นจุดสิ้นสุด   จึงได้กำหนดจุดตั้งต้น ไว้ที่เมืองกรีนิช  เรียกว่า เวลา  GMT    ประเทศไทยตั้งอยู่ในโซนที่ห่างจากเมืองกรีนิชเป็นเวลา  + 7  ชั่วโมง   คลิกครับ


การทดลองเสมือนจริง

 

เกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณเดินทางด้วยความเร็วสูง

ทอมกับเจน ผู้สมัคร ที่จะช่วยคุณค้นหาคำตอบ  โดยการส่งเจนเดินทางไปยังดวงดาวต่างๆ   หลังจากกลับมายังโลก  ให้เทียบอายุของเธอกับทอมที่อยู่บนโลก

วิธีทดลอง

1.  คลิกบนตัวของเจน  หรือทอม  เพื่อตั้งอายุเริ่มต้น  ค่าเริ่มต้นของเครื่องให้ไว้คือ  7.0000  ปี  (เจ็ดปี)

2.  คลิกบนยานอวกาศ เพื่อตั้งความเร็ว

3.  คลิกบนดวงดาวทีจะไป

4.  เมื่อยานอวกาศลงจอดบนพื้นโลก  ให้เทียบอายุของทอมกับอายุของเจน

คลิกครับ


แผ่นใสการเรียนการสอน

 

   นาฬิกาแบบต่างๆ  จำนวน  15  แผ่น  คลิกค่ะ

 

 

  • วีดีโอการศึกษา

    นาฬิกาแดด

       เวลาคืออะไร เป็นคำถามยากจะมีใครที่ตอบได้ หรือว่าเวลาคือ นาฬิกา ดังที่ ไอน์สไตน์ อัจฉริยะมนุษย์พูดล้อเล่นไว้

        ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม มนุษย์เริ่มต้นวัดเวลา โดยใช้เงาที่เกิดจากแสงอาทิตย์     คนอียิปต์โบราณ ใช้เสาขนาดใหญ่  ตั้งไว้ ทำให้เกิดเงาฉายลงบนพื้นวงกลม  เพื่อระบุวันเวลา  ถูกเรียกว่า เข็มของคลีโอพัตรา  อย่างไรก็ตามมีคนไม่พอใจการกำหนดเวลาขึ้น  โดยประนามว่าเป็นสิ่งที่ซาตานต้องการให้ทำ   ในวีดีโอชุดนี้ ท่านจะได้เห็นการพัฒนาของนาฬิกาแดด คลิกครับ 

    นาฬิกาอันหลากหลาย

           ยุคกลาง ใช้วิธีการแบ่งเทียนเป็นช่องๆเพื่อจับเวลาตอนกลางคืน   นาฬิกาน้ำของอียิปต์  ถูกใช้งานเมื่อ 400  ปี่ก่อนคริสตกาล   ระดับน้ำเป็นตัวบอกเวลาตามเครื่องหมายที่กาไว้อยู่ด้านใน   เมื่อพระอาทิตย์ตกดิน  นาฬิกาน้ำและเทียนสามารถทำหน้าที่ต่อจากนาฬิกาแดดตลอดคืน  นาฬิกาของซูซัง เป็นระบบกลไก  มีขนาดสูง  30  ฟุต  ลักษณะเหมือนกับกังหันน้ำ  เป็นต้น  คลิกครับ

    นาฬิกากลไก

         เชื่อกันว่า  นาฬิกาแบบกลไกสร้างขึ้นครั้งแรกในโบสถ์   เพื่อใช้ระบุเวลาของการสวดมนต์ในแต่ละวัน   เนื่องจากสังคมมีขนาดใหญ่โตขึ้น จำนวนคนในชุมชนมากขึ้น  จึงต้องการเวลาที่มีความเที่ยงตรง  ระบบกลไกเป็นทางเลือกที่ดีสุด   มีการใช้นาฬิกาแบบปล่อยเฟือง  โดยใช้พลังงานจากตุ้มน้ำหนัก   นาฬิกาสวิสถูกสร้างขึ้นเมื่อปี 1540   ใช้ลูกตุ้มแกว่งกวัดไปมา   นาฬิกาแบบกลไกช่วยจำลองการเคลื่อนไหวของท้องฟ้า  เปรียบได้กับการสร้างสรรค์ของสวรรค์   จึงเป็นตัวแทนของความดี  ความเฉลียวฉลาด  และความเป็นอุตสาหกรรม   วงล้อทั้งหมดของกลไกมีส่วนคล้ายกับการเคลื่อนที่ของจักรวาล  คลิกครับ

    แรงจากสปริง

        ก้าวกระโดดใหญ่สุดของมนุษย์ในการทำนาฬิกาคือสปริง   นาฬิกาแบบสปริงถูกผลิตขึ้นในประเทศฝรั่งเศส ปี  1540  การผลิตนาฬากาในสมัยนั้นต้องการความละเอียดอ่อนมาก  จึงต้องอาศัยความชำนาญของช่างนาฬิกา   คุณจะได้เห็นนาฬิการะบบกลไกอันสวยงาม  ภายในพิพิธภัณฑ์ของชายสูงอายุผู้หนึ่งที่ชอบสะสมนาฬิกาเก่า  

        ในช่วงต้นปี  1600  นักวิทยาศาสตร์ชาวอิตาเลียน  กาลิเลโอ   สังเกตการเคลื่อนไหวของตะเกียงน้ำมันในโบสถ์  พบว่าการแกว่งของมัน มีจังหวะหรือคาบเวลาที่เท่าเดิมแม้ว่าจะแกว่งขึ้นมากหรือน้อยก็ตาม   แต่ตัวท่านเองไม่ได้ค้นคิดเพิ่มเติมต่อ   รอจนถึงนักวิทยาศาสตร์ชาวดัสต์   ชื่อ คริสเตียน  ฮอยเกน  ได้นำแนวคิดนี้ไปสร้างนาฬิกาแบบลูกตุ้มสำเร็จ  คลิกครับ

    ถูกออกแบบให้สวยงาม

          ช่วงต้นปี ค.ศ. 1700  ชาวฝรั่งเศสเริ่มมีการตกแต่งนาฬิกาลูกตุ้มให้มีความหลายหลายและสวยงามขึ้น  มีการนำไปเป็นเครื่องประดับบ้าน  ความหลงไหลต่อนาฬิกาเกิดขึ้นแล้ว โดยไม่มีคนใดสามารถควบคุมได้  ขณะเดียวกันการใช้งานจริงของนาฬิกาพึ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น  คลิกครับ

    ผู้เข้าแข่งขัน

        การเดินเรือในสมัยก่อนมีปัญหามากมาย   เพราะไม่มีใครสามารถระบุตำแหน่งของเรือได้อย่างแม่นยำ   รัฐบาลอังกฤษในช่วงต้นปี  1700   เสนอเงินรางวัลกว่า 20,000  ปอนด์  ถ้าเทียบกับปัจจุบันเป็นจำนวนหลายล้านปอนด์  แก่ผู้ที่สามารถแก้ปัญหาเส้นรุ้งและเส้นแวงได้   ปัญหาที่แท้จริงอยู่ที่ว่า ยังไม่มีใครสามารถสร้างนาฬิกาที่มีความแม่นยำและใช้อยู่บนเรือได้   เพราะตอนนั้นมีแต่นาฬิกาแบบลูกตุ้ม  ผู้ที่เสนอตัวแข่งขันมีมากมาย  แต่คนหนึ่งที่คาดไมถึง  เพราะเป็นช่างไม้ธรรมดา  เขามาทำอะไร  คลิกครับ

    ช่างนาฬิกาผู้ยิ่งใหญ่

        เมื่อแฮริสันตัดสินใจเข้าแข่งขัน  เขาคงคิดไปไม่ถึงว่า ต้องใช้เวลาอีกหลายปี  สิ่งประดิษฐ์ที่เขาคิดจึงประสบความสำเร็จ   แฮริสันมาถึงลอนดอนในปี ค.ศ. 1730  โดยพบว่ามีคณะกรรมการจัดการแข่งขัน เหลือเพียงคนเดียว นอกนั้นไม่มีใครอยู่ในสำนักงาน  (ไปเที่ยวหมดมั้ง ! แต่คนเดียวก็เกินพอแล้ว  เพราะเขาสนใจงานของแฮริสันมาก  และช่วยแนะนำให้แฮริสันไปพบกับช่างนาฬิกาชั้นแนวหน้าของกรุงลอนดอน 

         แฮริสันใช้เวลากว่า 5  ปีจึงสร้างนาฬิการุ่นแรกสำเร็จ   สูง 3  ฟุต  หนัก  70  ปอนด์  เป็นระบบกลไกแบบถ่วงน้ำหนัก   เมื่อกลับหัวนาฬิกายังสามารถแกว่งได้  ใช้ในเรือเดินทะเลได้  แต่เขาไม่มีความพอใจกับนาฬิการุ่นนี้เอาเสียเลย   และต้องอดทนอีก  19  ปี เพื่อทำอะไร!  คลิกครับ

    นายช่างคนที่สอง

         แทรี่ ได้รับข้อเสนอจากนักธุรกิจ ให้ผลิตนาฬิกาไม้แบบกลไก เป็นจำนวน 4,000  เรือน ในระยะเวลา 3   ปี เทคนิคการผลิตจำนวนมากจึงถูกคิดขึ้น  จนทำให้นาฬิกามีราคาถูกลง  คนทั่วไปสามารถหาซื้อได้ คลิกครับ

    ความสับสนเกี่ยวกับเวลา

        ความสับสนเกี่ยวกับเวลาเป็นอันตรายมากกับการเดินทางโดยรถไฟ  บ่อยครั้งที่รถไฟวิ่งชนกัน  เพราะแต่ละท้องถิ่นมีเวลาเป็นของตนเอง  ซึ่งไม่ตรงกับเวลาของท้องถิ่นอื่น  ในที่สุดการรถไฟจึงต้องตั้งเวลามาตรฐานของตนเองขึ้น เรียกว่า เวลารถไฟ   ต่อมาปี  1883  รัฐบาลของอเมริกาจึงได้จัดตั้งเวลามาตรฐานขึ้น  คลิกครับ (windows media 1.6 MB)

    เวลาที่พกพาได้

        ปลายศตวรรษที่   17   ได้มีการพัฒนาสปริงสมดุล ทดแทนลูกตุ้มนาฬิกา ทำให้นาฬิกามีขนาดเล็กลง  ขณะที่นาฬิกาข้อมือเริ่มใช้กันในศตวรรษที่  19   โดยผู้หญิงให้ความสนใจมากกว่า ผู้ชาย  แต่เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่  1    รสนิยมของผู้ชายก็เปลี่ยนไปโดยยอมรับนาฬิกาข้อมือเป็นส่วนหนึ่งขณะออกสงครามด้วย    หลังสงครามทำให้ผู้ชายสนใจนาฬิกาข้อมือมากกว่าผู้หญิงเสียอีก  

          ปี  1950   สวิตเซอร์แลนด์  ได้ผลิตนาฬิกาข้อมือขนาดเล็ก ทำให้เป็นที่นิยมของตลาดโลก  และสามารถครองตลาดโลกได้กว่า 60  เปอร์เซนต์  

          ปี   1966  มีการพัฒนานาฬิกาข้อมืออิเล็กทรอนิกส์ขึ้น   เรียกว่านาฬิกาควอทซ์  ประเทศญี่ปุ่นยอมรับ  และผลิตออกมาอย่างมากมาย  ผู้คนให้ความสนใจมาก  ทำให้ให้ศูนย์กลางของนาฬิกาเปลี่ยนมือจากสวิตเซอร์แลนด์ไปที่ญี่ปุ่น   ส่วนแบ่งของสวิตลดลงจาก  60  เปอร์เซนต์ลงเหลือ  เปอร์เซนต์  เพื่อเป็นการตอบโต้ฝ่ายญี่ปุ่น สวิตได้ออกนาฬิกาแบบผสมคือมีทางไฟฟ้า และกลไกเรียกว่า นาฬิกาสวอทซ์  ( Swatch)   คลิกครับ  windows  media  4 MB

    นาฬิกาอะตอม

        ปี ค.ศ.  1955  นาฬิกาอะตอมเรือนแรกได้ถูกพัฒนาขึ้น  มีความเที่ยงตรงมาก  ถึงขนาดผิดพลาดไปเพียง  วินาที ในระยะเวลา  300  ปี   นาฬิกาพวกนี้ถูกนำไปใช้ในดาวเทียม  การวัดกระแสน้ำ   และการปรับค่าเครื่องมือวัดละเอียด   การใช้นาฬิกาอะตอมยังทำให้เราทราบว่า โลกหมุนช้าลง   คลิกครับ  (windows media 2.7 MB)

    สารบัญกระดานฟิสิกส์ราชมงคล

    นาฬิกาควอทซ์ (Quartz)

         นาฬิกาแบบควอทซ์ ได้ประดิษฐ์ขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1927 โดย Warren A. Marrison และ J.W. Horton โดยอาศัยหลักการสั่นสะเทือน (Vibratian) ของผลึก (Quartz Crystal) ที่มีค่าคงที่     หลักการทำงานเป็นอย่างไร นักศึกษาทดลองบรรยายลงใน

    กระดานฟิสิกส์ราชมงคลใหม่

        ภาพข้างล่างนี้เป็นภาพของฝาแฝดคู่หนึ่ง  รูป  a  คู่แฝดกำลังลากันเพื่อออกเดินทางไปในอวกาศ   ส่วนรูปที่  2      คู่แฝดได้กลับมาจากการเดินทาง   คุณจะสังเกตเห็นว่าคนที่เดินทางกลับมายังหนุ่มอยู่เลย  ส่วนคนที่อยู่บนโลกได้เข้าสู่วัยชราแล้ว   คุณว่าภาพนี้จะเป็นจริงได้หรือไม่จงอธิบาย

    กระดานฟิสิกส์ราชมงคลใหม่

     

    ภาพเคลื่อนไหวของนาฬิกา
    01_30_B.GIF
    01_30_B.GIF
    01_30_T.GIF
    01_30_T.GIF
    01_30_W.GIF
    01_30_W.GIF
    CLOCK__1.GIF
    CLOCK__1.GIF
    CLOCK__2.GIF
    CLOCK__2.GIF
    CLOCK__3.GIF
    CLOCK__3.GIF
    CLOCK__4.GIF
    CLOCK__4.GIF
    CLOCK_BA.GIF
    CLOCK_BA.GIF
    CLOCK_FW.GIF
    CLOCK_FW.GIF
    HOURGL_1.GIF
    HOURGL_1.GIF

     

     

  • ร่วมแสดงความคิดเห็นโดยการโวต 

    กดคลิกเข้าไปเพื่อโวตครับ

    สมุดพกอิเล็กทรอนิกส์

    เกมออนไลน์คลายเครียด

    เกมไขปริศนา

    เกมปีศาจหิมะ

    เกมสตาร์วอร์

    คลิกที่รูปภาพครับ

      หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ 

    ฟิสิกส์ 1(ภาคกลศาสตร์) 

     ฟิสิกส์ 1 (ความร้อน)

    ฟิสิกส์ 2  กลศาสตร์เวกเตอร์
    โลหะวิทยาฟิสิกส์ เอกสารคำสอนฟิสิกส์ 1
    ฟิสิกส์  2 (บรรยาย) แก้ปัญหาฟิสิกส์ด้วยภาษา c  
    ฟิสิกส์พิศวง สอนฟิสิกส์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต
    ทดสอบออนไลน์ วีดีโอการเรียนการสอน
    หน้าแรกในอดีต

    แผ่นใสการเรียนการสอน

       การทดลองเสมือน 

    บทความพิเศษ  ตารางธาตุ(ไทย1)   2  (Eng)
    พจนานุกรมฟิสิกส์ 

     ลับสมองกับปัญหาฟิสิกส์

    ธรรมชาติมหัศจรรย์ 

     สูตรพื้นฐานฟิสิกส์

    การทดลองมหัศจรรย์  ดาราศาสตร์ราชมงคล

      แบบฝึกหัดกลาง 

    แบบฝึกหัดโลหะวิทยา  

     แบบทดสอบ

    ความรู้รอบตัวทั่วไป 

     อะไรเอ่ย ?

    ทดสอบ(เกมเศรษฐี) 

    คดีปริศนา

    ข้อสอบเอนทรานซ์ เฉลยกลศาสตร์เวกเตอร์
    คำศัพท์ประจำสัปดาห์  

      ความรู้รอบตัว

    การประดิษฐ์แของโลก ผู้ได้รับโนเบลสาขาฟิสิกส์
    นักวิทยาศาสตร์เทศ นักวิทยาศาสตร์ไทย
    ดาราศาสตร์พิศวง  การทำงานของอุปกรณ์ทางฟิสิกส์
    การทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ  

      การเรียนการสอนฟิสิกส์ 1  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

    1. การวัด 2. เวกเตอร์
    3.  การเคลื่อนที่แบบหนึ่งมิติ 4.  การเคลื่อนที่บนระนาบ
    5.  กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 6. การประยุกต์กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน
    7.  งานและพลังงาน  8.  การดลและโมเมนตัม
    9.  การหมุน   10.  สมดุลของวัตถุแข็งเกร็ง
    11. การเคลื่อนที่แบบคาบ 12. ความยืดหยุ่น
    13. กลศาสตร์ของไหล   14. ปริมาณความร้อน และ กลไกการถ่ายโอนความร้อน
    15. กฎข้อที่หนึ่งและสองของเทอร์โมไดนามิก  16. คุณสมบัติเชิงโมเลกุลของสสาร
    17.  คลื่น 18.การสั่น และคลื่นเสียง

       การเรียนการสอนฟิสิกส์ 2  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต  

    1. ไฟฟ้าสถิต 2.  สนามไฟฟ้า
    3. ความกว้างของสายฟ้า  4.  ตัวเก็บประจุและการต่อตัวต้านทาน 
    5. ศักย์ไฟฟ้า 6. กระแสไฟฟ้า 
    7. สนามแม่เหล็ก  8.การเหนี่ยวนำ
    9. ไฟฟ้ากระแสสลับ  10. ทรานซิสเตอร์ 
    11. สนามแม่เหล็กไฟฟ้าและเสาอากาศ 

    12. แสงและการมองเห็น

    13. ทฤษฎีสัมพัทธภาพ 14. กลศาสตร์ควอนตัม
    15. โครงสร้างของอะตอม 16. นิวเคลียร์ 

       การเรียนการสอนฟิสิกส์ทั่วไป  ผ่านทางอินเตอร์เน็ต

    1. จลศาสตร์ ( kinematic)

       2. จลพลศาสตร์ (kinetics) 

    3. งานและโมเมนตัม 4. ซิมเปิลฮาร์โมนิก คลื่น และเสียง
    5.  ของไหลกับความร้อน 6.ไฟฟ้าสถิตกับกระแสไฟฟ้า 
    7. แม่เหล็กไฟฟ้า  8.    คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ากับแสง
    9.  ทฤษฎีสัมพัทธภาพ อะตอม และนิวเคลียร์ 

    กลับสารบัญหน้าแรกในอดีต

     

    กลับสู่หน้าแรกของโฮมเพจฟิสิกส์ราชมงคล

     

     

    ครั้งที่

    เซ็นสมุดเยี่ยม

    หน้าแรกในอดีต